แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องการเงิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องการเงิน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กลุ่มหุ้นโรงพยาบาล หุ้นอีกกลุ่มที่น่าลงทุน

กลุ่มหุ้นโรงพยาบาล หุ้นอีกกลุ่มที่น่าลงทุน


จากการที่เราทุกคนต้องพึ่งปัจจัยสุขภาพ ทุกวันนี้โรงพยาบาลที่ดูแลแบบครบวงจรนั้นเป็นสิ่งที่ดี จริงๆ คนเราต้องมีการพึ่งหมอ พึ่งโรงพยาบาลตั้งแต่การเกิด เจ็บป่วย สร้างภูมิคุ้มกัน คนไม่มีใครที่คลอดลูกโยหมอตำแยและละมั่งสมัยนี้ แต่หากย้อนกับไปเมื่อ 30 กว่าปีนี่ยังมีแน่นอน เพราะผมเองเป็นคนหนึ่งที่ทำครอดโดยหมอตำแย แต่ผมก็ไม่ว่ามันไม่ดี หากไม่ดีคงไม่ได้โตรอดมาขนาดนี้แต่ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องของความโชคดีด้วยส่วนหนึ่งที่แม่ไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยง จึงเกิดมารอดทั้งแม่และลูก

กลุ่มหุ้นโรงพยาบาล หุ้นอีกกลุ่มที่น่าลงทุน

แต่ในยุคปัจจุบันยังจะมีอีกหรอ ทุกวันนนี้การฝากท้องสามารถตรวจทราบตั้งแต่อายุครรภ์เพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้เราเริ่มดูแลตัวเอง และลูกน้อยในครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ

และยังมีกรณีเจ็บป่วยอีก ใครบ้างที่อยากไปรอ ออกันอย่างมาก ไม่ได้รับความสะดวกสบายหากมีเงิน ยกเว้นว่าคุณจะไม่ค่อยมีเงิน โรงพยาบาลเอกชนจึงเป็นอีก 1 ทางเลือกที่หลายคนมองหา การลงทุนในกลุ่มนี้จึงเป็นเรื่องน่าสนใจเพราะเมื่อเจ็บป่วยไม่มีใครหนีพ้นโรงพยาบาล แล้วยิ่งเป็นโรงพยาบาลที่สะดวก สบายใครมั่งไม่อยากไป ไม่ต้องรอคิด รอแพทย์ รอนั่นนี่อย่างที่เป็นข่าวของทีมลุงหมอเขา

มาดูกันดีกว่าว่าหุ้นในกลุ่มนี้มีกี่ตัว และมีอะไรบ้าง และเป็นกราฟเทียบ 1 ปีย้อนหลัง
เปรียบเทียบหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล และบริการด้านสุขภาพ (Health Care Services)
หุ้นราคา
(บาท)
P/E RatioEPS Growth
(เฉลี่ย 1 ปี)
EPS Growth
(เฉลี่ย 2 ปี)
EPS Growth
(เฉลี่ย 5 ปี)
การปันผล
(Dividend Yield)
VIBHA1.629.72-89.27% / ปี-42.63% / ปี-14.76% / ปี1.87% / ปี
BCH7.237.36-22.6% / ปี-14.82% / ปี-11.4% / ปี1.67% / ปี
CMR250N.A.31.65% / ปี69.8% / ปี70.76% / ปี1.46% / ปี
BDMS19.4N.A.3.96% / ปี-44.37% / ปี-14.55% / ปี1.19% / ปี
BH20243.95109.28% / ปี61.86% / ปี78.92% / ปี0.97% / ปี
VIH5.2534.19-18.18% / ปี17.16% / ปีN.A.0.51% / ปี

กราฟเทียบ 1 ปีย้อนหลัง

VIBHA

BCH

CMR

BDMS

BH

VIH

เมื่อเห็นราคาและตารางเทียบแล้วก็ไปลองหาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้หรือหากใครอยากให้ผมวิเคราะห์เพิ่มละก็บอกนะครับ ยินดีให้บริการ

Power by I9 กลุ่มหุ้นโรงพยาบาล หุ้นอีกกลุ่มที่น่าลงทุน 

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หยุดความไม่เคยพอ กับดักความรวย

จงห่างจาก "ความไม่เคยพอ กับดักความรวย"


เชื่อไหมหลายคนหลงเข้าไปติดกับดักเพราะอยากรวยและยิ่งนักเข้าไปอีกถ้ามีความโลภพ่วงท้าย ใครๆ ก็อยากรวยแต่มีน้อยคนนักที่จำกัดความรวยตัวเองไว้อย่างมีเป้าหมายเช่น100,000หรือ1,000,000สิบล้าน,ร้อยล้าน........อินฟีนิตี้ไม่มีที่สิ้นสุดจึงไม่รวยเสียที ดั่งนั้นในความหมายของเราพอเมื่อไหร่ก็รวยทันที

หยุดความไม่เคยพอ กับดักความรวย

อะไรคือกับดักของเราที่หลงเข้าไปติด ? 
คำตอบที่ตรงประเด็นก็คือความอยากไงครับ อยากโน้นอยากนี่สุดท้ายก็เลยกลายเป็นคนมีหนี้ติดคุกขังลืมด้วยสัญญายินยอมตั้งแต่เริ่มต้นและ ถ้ามัวหลงเพลินไปกับคุณค่าเทียมไม่ใช่แท้อาจไม่มีทางออกหรือพบแต่ทางตันจนขาดสติ ที่นำมากล่าวมีบางช่วงบางตอนของชีวิตที่พลาดพลั้งหลงทางเข้าไปติดกับดักอยู่หลายปีจึงรู้ว่าการเป็นหนี้เปรียบได้เหมือนตกนรกบนดิน คือมีทุกข์มากกว่าสุขอยู่เป็นประจำ กับดักที่ว่าคือหนี้สินที่มีภาระต้องจ่ายอย่าง ผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ, ผ่อนเครื่องใช้สอยทั้งที่จำเป็น และไม่จำเป็น, ผ่อนเรื่องสันทนาการ, ผ่อนชำระหนี้ในการลงทุนเป็นต้น ล้วนแล้วเป็นภาระที่ทำให้เราเดินไปถึงเป้าหมายของคำว่ารวย หรือพอได้ช้า ไม่มีโอกาสเลยถ้าไม่กลับตัวคิดใหม่ทำใหม่ ตัดความอยากให้น้อยลงใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลก้าวข้ามความเป็นหนี้ให้ได้อย่างเร็ว กระโดดจากฝั่งที่ติดลบมาอยู่ฝั่งที่เป็นบวกถึงจะช้าก็มีความสุขมากกว่าการเป็นหนี้แน่นอน


วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สำรวจตัวเองก่อนเริ่มทำอะไร จากหนังสือ ชีวิตขีดแดง

สำรวจตัวเองก่อนเริ่มทำอะไร จากหนังสือ ชีวิตขีดแดง
เคยไหมกันที่คิดว่างานประจำที่ทำอยู่มันไม่ใช่งานที่เราอยากทำ แต่เราก็ยังไม่รู้ว่างานอะไรที่เหมาะกับเรา ผมไม่เคยคิดนะว่างานที่ทำอยู่เป็นงานที่ดี แต่ผมคิดว่าในเมื่อที่ทำงานเลือกเราให้มาทำงานก็เพราะว่าเห็นในความสามารถของเราแล้วเราจะทำให้คนที่ไว้ใจเราต้องผิดหวังหรอ มันคงจะไม่ดีแน่หากเป็นเช่นนั้น
นายจ้างเขาให้โอกาสอย่างน้อยเขาก็ต้องมองเห็นอะไรในตัวเราบ้างแหละ แต่หากคุณเองยังไม่รู้ว่าอะไรคืองานที่คุณรัก และอยากทำ คุณก็รักในงานที่ทำอยู่สิ แล้วคุณก็จะมีความสุขในการทำงาน งานให้เงินเงินก็ช่วยให้เราอยู่รอด มีกินมีใช้ แต่มีเก็บนี่คนละเรื่อง แต่ยังไงผมก็คงจะวนเข้าเรื่องมีเก็บอยู่ดี เพราะมันคือ จุดประสงค์หลักของ E-book เล่มนี้
สำรวจตัวเองก่อนเริ่มทำอะไร จากหนังสือ ชีวิตขีดแดง
สำรวจตัวเองก่อนเริ่มทำอะไร จากหนังสือ ชีวิตขีดแดง
มาเริ่มสำรวจตัวเองกันเลย
คุณเงินหมด จนเหลือเพียงตังค์เหรียญใช้เมื่อผ่านไปกี่วันหลังเงินเดือนออก กรณีเงินเดือนออกไม่พร้อมโอที นับจากเงินเดือนออก มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ไหม?
กินหรู อยู่สบาย จ่ายไม่อั้น ตามใจฉันตลอด
ต้นเดือนกินหรู กลางเดือนกินถูก ปลายเดือนไม่มีจะกิน
เงินเดือนหลักหมื่น มีเงินเก็บหลักร้อย
ถ้าเป็นอย่างที่ผมว่ามาข้างต้น ผลการวินิจฉัยด้านการเงินบอกออกมาว่าคุณใช้ “ชีวิตขีดแดง” แล้วละครับ
ชีวิตขีดแดงเป็นอย่างไร
ในที่นี้ผมเปรียบการใช้เงินกับเข็มวัดน้ำมันที่มันถึงขีดแดง เวลาคุณขับรถยนต์คุณเองก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ จะถึงปั้มหน้าไหมอีกนานไหมจะถึงปั้ม ยิ่งไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นชินนี่มันได้ลุ้นตลอดเวลา และในที่นี้การใช้เงินของเราก็เหมือนกัน ลุ้นตั้งแต่ต้นเดือน มันจะถึงเงินเดือนใหม่ออกไหม หรือว่ามันจะหมดก่อน จะทำอย่างไรให้มันอยู่รอด ทำอย่างไรถึงจะใช้เงินจนถึงวันที่ 31 โอ้เดือน ลงท้ายด้วยคมนี่ช่างยาวนาน บางเดือนไม่พอก็ยิบยืมคนนั้นคนนี้มาใช้ หากเป็นอย่างนี้ประจำผมว่ามันไม่สนุกนะ มันหาความสุขไม่ได้ หรือบางคนอาจบอกว่ามันคือสีสันของชีวิตแต่ผมว่าไม่นะ มันคือความท้อแท้ต่างหาก ทำงานดี แต่งตัวดี มีรถขับ แต่ไม่มีจะกิน สิ้นเดือนเดินมาทำงาน ไม่ไหว มันพาให้ท้อใจ เสียเปล่าๆ
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้เออมันก็จริง เห็นด้วย คิดเหมือนกัน จะทำหลายรอบแล้ว แต่เมื่อเงินเดือนออกทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม กลายเป็นวงจรชีวิตของมนุษย์เงินเดือน มีกินอย่างดีต้นเดือน กลางเดือนกินถูก ปลายเดือนไม่มีจะกิน การจ่ายเงินเป็นไปอย่างกะเบียดกระเสียร ไม่เป็นอย่างใจต้องการ ไม่มีความสุข ทุกข์ เครียด กับจำนวนเงินที่เหลืออย่างน้อยนิด บางคนหนักกว่านั้น เพราะว่าเป็นคนมีเครดิต ก็สนุกสิครับ ยืมเงินอนาคตมาใช้ก่อน ได้ของมาเงินก็ไม่ต้องจ่าย สนุกกิน แต่พอมาเห็นบัญชีตอนสั้นเดือนก็บ่นว่าเงินหายไปไหน
สาเหตุหลักๆ ส่วนใหญ่เลยของคนที่เจอปัญหาอย่างที่ว่ามาคือ “บริหารจัดการด้านการเงินผิดพลาด” หรือ “ไม่มีการบริหารจัดการด้านการเงิน” เลยจ่ายในช่วงแรกๆ ที่มีรายได้เข้ามา อย่างไม่ทันได้คิดถึงความจำเป็นต่อการใช้ อาศัยเพียงความอยากแล้วก็จ่าย เรียกว่าจ่ายเพื่อความสบายใจ เท่าไรเท่ากันไม่ได้สนใจ ของเพียงสิ่งที่ได้มานั้นตรงตามความต้องการ ตรงคอนเซ็ปต์ จะรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเงินไม่เหลือในกระเป๋า
เก็บความทรงจำช่วงที่ลำบากไว้ให้ดีอย่าให้ “ความยิ่งใหญ่ของการจ่ายเงินกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง” โดยลืมไปอย่างสนิทว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร การไม่มีเงินอยู่ในกระเป๋าลำบากแค่ไหน ยังคงกลับเข้าสูวงจรเดิม “กินหรู อยู่สบาย จ่ายไม่อั้น ตามใจฉันตลอด”
ในเมื่อเงินใช้ให้เหลือสิ้นเดือนยังลำบากแล้วเงินเก็บละ ?
แอร้ยยยยยยย! ถามอะไรตอนนี้คือช่วงเวลาของการทำมาหากิน หากนี่คือคำตอบของคุณละก็ ลบไฟล์ทิ้งได้เลยครับ คุณไม่พร้อมที่จะอ่านให้จบบทนี้ และ E-book เล่มนี้ไม่เหมาะกับคุณ
แต่หากเปิดใจและรับได้ว่ามันคือความจริงทำมานานจริงแต่นะ ก็มันเก็บไม่ได้นี่ให้ทำไง แสดงว่าคุณพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่อย่างว่าเงินจะกินให้พ้นเดือนยังยากแล้วเงินเก็บมันจะไปมีได้อย่างไร บางคนทำงานมา 4 ปีเงินเก็บหลักร้อย แต่บางคนทำมาเป็น 10 ปีไม่มีสักบาท มีเงินแค่ใช้เดือนชนเดือน บางเดือนหนักกว่านั้นต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาใช้เพื่อที่จะให้รอดถึงเงินเดือนใหม่ หากเป็นอย่างที่ว่ามันคือ “ระบบการจัดการเงินของเรากำลังบกพรองอย่างแรง” หากไม่รีบแก้ไข อาจเป็นปัญหา เมื่อเจ็บป่วย ตกงาน รับรองลำบากแน่
รู้ไหมว่าคนที่ไม่เหลือเงินเก็บ เทียบคนที่เหลือเงินเก็บต่างกันตรงไหน ทั้งที่ทั้งสองกลุ่มก็หาเงิน ประกอบอาชีพเหมือนๆ กัน
– คนที่มีเงินเหลือเก็บ หารายได้มากกว่ารายจ่ายที่ใช้ไป
– คนไม่มีเงินเหลือเก็บ ใช้จ่ายมากกว่าเงินที่หามาได้
เราไม่จำเป็นต้องมีรายได้เป็นแสนเป็นล้านค่อยมีเงินเก็บ แค่มีใช้ไม่ขัดสน ไม่เกิดความทุกข์ในตอนที่ไม่มีรายได้ มีเงินเหลือเก็บออมในบัญชีเผื่อไว้เมื่อมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง แค่นี้คุณก็จะมีความสุข หลุดพ้นจากมนุษย์ประเภท “สิ้นเดือดเหมือนสิ้นใจ” แล้ว แถมยังมีเงินเก็บในบัญชีให้ยิ้มได้
แล้วจะทำอย่างไรให้พ้นจากสภาพสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ
อันที่จริงไม่ใช้เรื่องยากแต่อย่างใด มันอยู่ที่คุณตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปล่า ถ้าพร้อมละก็ อ่านบทต่อไปได้ แต่ถ้าไม่พร้อมที่จะเปลี่ยน อนุญาตให้ลบ E-book นี้อีกครั้ง
แต่หากพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงบทหน้าผมจะพาเข้าสู่หลักของการเก็บออมอย่างง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนกลายเป็นคนที่มีเงินเก็บ และ มีความสุขแต่มันจะได้ผลหรือไม่นั้นผมไม่อาจการันตรีให้ได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง
และต้องหาสาเหตุให้ได้ว่า อะไรคือตัวการของเงินไม่พอใช้ ทำไมเราถึงไม่มีเงินเก็บ และเพื่อจะให้มีเงินเก็บเราควรทำอย่างไร
หาสาเหตุ วิธีแก้ไข แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองไปยังจุดที่ดีกว่า อ้อหลักง่ายๆ
มีรายได้ + วางแผนการใช้เงิน
ใช้หลักเงินเข้ามากกว่าออก
=
มีเงินเก็บ เพิ่มความมั่นคงให้ชีวิต

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หากลุ่ม facebook สำหรับขายของ

วิธีการหากลุ่ม facebook สำหรับขายของ
หากลุ่ม facebook สำหรับขายของ สำหรับคนที่มีสินค้าแต่ไม่รู้ว่าจะขายยังไง หน้าร้านก็ไม่มี วันนี้เรามาสอนท่านแล้ว อ้อไม่ใช่เรื่องยากครับ ขอแต่มีคนรับเข้ากลุ่มเท่านั้นเอง


รวมกลุ่มขายของ Facebook อันดับต้นๆ โพสต์/โปรโมท/ประกาศ ฟรี 11 กลุ่มหลัก ขายของมาแรง คนเยอะมากๆ (ยอดคน 10000 up แล้วจร้า!!!) 
>>>กลุ่มย่อย สำหรับ พ่อค้า/แม่ค้า/บุคคลทั่วไป เชิญเข้ากลุ่มได้เลยครับ
**4กลุ่มย่อยนี้ผมได้แบ่งตามหมวดหลักๆไว้ให้แล้วนะครับ (พ่อค้า/แม่ค้า เข้ากลุ่มให้ถูกนะครับ)
ขอความกรุณาทุกท่านอย่าโพสต์ผิดประเภทของกลุ่ม ทำเพื่อส่วนรวมนะครับ!!!
https://www.facebook.com/groups/ShopFashion
https://www.facebook.com/groups/ForYouShop
https://www.facebook.com/groups/TaradzoneIT
https://www.facebook.com/groups/MotorShop

ถ้าไม่สะใจวันหน้าจะหามาให้เพิ่มนะครับ 

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ความฝันคนเราไม่เท่ากัน ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ผมเคยคุยกับคนหลากหลากหลายอาชีพ บางคนมีอาชีพที่มั่นคง บางคนอยากเป็นเจ้าของกิจการ บางคนก็เป็นข้าวราชการระดับล่าง ระดับสูง แต่สิ่งที่ทุกคนอยากได้เหมือนกันคือชีวิตที่ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร เป็นนายตัวเอง มีอิสระภาพทางการเงิน บางคนก็ทำได้ บางคนก็เป็นแค่ความฝัน
ผมว่าทุกคนสามารถที่จะทำให้มันเป็นไปได้ แต่ฝันนั้นต้องมีส่วนเป็นไปได้ด้วย อย่าได้ฝันจนเกินความจริง ไม่ใช่ว่ามีเงินเดือน 15000 อยากได้รถราคา 10 ล้านมันก็คงยาก แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มันมีโอกาศเป็นไปได้อยู่แล้ว ถ้าเราเป็นคนที่ไมท้อ และไม่ยอมแพ้
ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง
ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ผมเจอคนที่เขาฝันและเรียกว่าตอนนี้เขาทำได้แล้ว และอีกประเภทหนึ่งคือฝัน แต่ฝันเรียกได้ว่าฝันแบบลมๆ ไปวันๆ
มาดูกัน ว่าแต่ละคนมีแนวคิดอย่างไร
คนแรกเลย เป็นช่างตัดผม
ผมตัดด้วยจนน่าจะเรียกได้ว่าเป็นช่างประจำไปแล้วก็ได้ เมื่อไปตัดแกก็จะเล้าแนวคิดทางธุระกิจของแกให้ฝัง และสองปีที่ผ่านมาแกก็เริ่มลงมือทำ “ธุระกิจบ้านเช่า” แต่บ้างแกอยู่ชาญเมืองมาก ตอนเริ่มททำ 10 ห้องแรกมัคนถามว่าสร้างไว้อยู่เองหรอ คนละห้องสี่คนพ่อแม่ลูก ที่เหลือไว้เก็บของ ตอนนั้นสังเกตุได้เลยว่าแกเครียด แต่เมื่อสร้างเสร็จ ใครจะคิดละว่า โรงงานที่อยู่อีกอำเภอจะมีสวัสดิการวิ่งผ่าน และก็มีพวกที่หนีความวุ่นวายยอมจ่ายเงิน เดือนละ 2.000 บาท เพื่อหลบมาหาที่สงบ และเป็นส่วนตัว บรรยากาศบ้านนอก และก็เพื่อนๆ มาอีก จนตอนนี้เต็มทุกห้อง และแกก็มีรายได้เป็นเงินเดือนตามที่แกเคยฝันไว้ เดือนละ 20,000 และแกก็ยังเป็นช่างตัดผมที่ขี้โม้ที่สุดเหมือนเดิม
คนที่ 2 เป็นราชการระดับสูง
คนนี้เป็นราชการระดับชำนาญงาน คนนี้ไม่ได้หาเงินเองมาตั้งแต่ต้นเหมือนช่างตัดผม แต่เขาใช้วิธีกู้เต็มที่ คือ 60 เท่าของเงินเดือน แต่ข้อดีของราชการคือ จะมีสหกรณ์ที่เป็นที่ให้กู้แต่ไม่ได้ส่งเข้าสำนักเคดิตในช่วงนั้น แกเลยกู้ได้สองทางคือ สหกรณ์ และธนาคาร ที่ละ 60 เท่าของเงินเดือนแต่แก เอาไปลงทุนทำหอพัก ให้นักศึกษาเช่า เดือนละ 4000 บาท จำนวน 15 ห้อง เหลือไว้เอง 1 ห้อง แก็มีเงินที่จะคืนให้กันทั้งสองสถาบันที่ให้กู้ 60000 บาทคือรายได้ต่อเดือนที่แกได้รับ เรียกว่าดีกว่ารายได้ประจำอีก
คนที่ 3 เป็นคนขับรถในโรงพยาบาล และมีความารู้เรื่องเครื่องยนต์
แกบ่นเงินเดือนไม่พอกิน แต่ด้วยความที่แกเก่งดูรถเป็น ใครจะซื้อรถมือสองนะ มาถามแกนี่ไม่พลาด จนไปดูกตาเจ้าของเต้นท์ ให้เงินเดือนมากกว่าที่ทำงานเดิมแล้วแกก็หายไป เมื่อกลับมาก็เป็นเจ้าของวินรถตู้ มีรถในครอบครอง 3 คัน แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เจอแกมา 4 ปีแล้วไม่รู้ว่าเป็นไงมั่ง
คนสุดท้ายนี่เป็นข้าราชการอาวุโส คนนี้กู้ทุกอย่าง และกู้เต็มวงเงินเหมือนกับคนที่สอง แต่ไม่รู้ว่าแกใช้เงินอย่างไร ตอนนี้เอารถเข้ารีไฟแนท์ รอบ 2 และขายที่ไปแล้ว 12 ไร่ ทั้งที่เป็นที่ที่ซื้อไว้ตั้งแต่สมัยเริ่มทำงาน
ทั้งสี่คนที่ผมเห็นเหมือนกันคือกินเหล้า กินเบียร์ คนที่ 2,3 ไม่สูบบุรี่ เท่านั้นเอง แต่ชีวิตมุมอื่นผมไม่ได้สัมผัส แต่สิ่งที่ผมจะบอกคือ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เป็นลูกจ้าง ราชการ ประกอบอาชีพอะไร ก็สามารถที่จะทำตามฝันได้หากฝันนั้นไม่เกินจริง สุดท้ายอยากฝากไว้าว่า “คุณพยายามอย่างเตมที่แล้วหรือยัง ก่อนที่จะบอกว่าทำไม่ได้”

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

บัตรกดเงินสด ยิ่งมีมาก ยิ่งเจ็บตัวมาก

บัตรกดเงินสด ยิ่งมีมาก ยิ่งเจ็บตัวมาก 

สมติ ผมเป็นหนี้บัตร อี่ชี่อะไรซักอย่าง (ไม่ยอมจ่ายค่าโฆษณาไม่งั้นเอ๋ยชื่อให้ละ) วงเงินแค่ 32,000 บาท 
และผมชำระหนี้ขึ้นต่ำที่ 960 บาทตามที่บัตรกำหนด ผมต้องจ่ายเท่าไร และจ่ายเป็นรายได้ให้กับ
บริษัทบัตรกดเงินสดนี้เท่าไรมาดูกัน แล้วคุณจะอึ้ง


ยอดทั้งหมด 32,000 บาท
จ่ายทั้งหมด 65 เดือน
จำนวนเงินที่จ่ายต่อเดือน 961 บาท
อัตราดอกเบี้ย 28 %
ดอกเบี้ยทั้งหมดตั้ง 30,486 บาท
ใช้วิธีคำนวณแบบ ลดต้นลดดอก

เป็นไงละครับ สมกับหัวข้อไหม ยิ่งมีมากยิ่งเจ็บตัวมาก 
ส่วนหนึ่งจากหนังสือ #ชีวิตขีดแดง

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

เงินเดือนต่ำกว่า 20000 ทำอย่างไรถึงจะอยู่ได้

จากที่เห็นมีคนตั้งกระทู้ว่าเงินเดือนต่ำกว่า 20000 บาทจะบริหารเงินอย่างไร 
ผมบอกเลยว่า หากมีเงินให้บริหารจัดการถึงสองหมื่นก็คงจะดี แต่หากมันไม่ถึงละ ผมว่าประชากรส่วนมากก็จะมีรายได้อยู่ที่ 12000-15000 บาท แต่การที่จะจัดการกับเงินจำนวนนี้ให้เหลือนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากนะผมว่า เพียงแค่คุณสำรวจตัวเองว่าคุณใช้เงินเกินตัวไหม 



สิ่งที่บอกว่าคุณใช้เงินเกินตัว
- ไม่มีเงินเก็บ  
- กินมาม่าอาทิตย์สิ้นเดือน 
- หน้าใหญ่เลี้ยงเพื่อตลอด
- เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด

หาทางแก้ไขพฤติกรรม
ไม่ได้ยากอะไรเลย แค่คุณปรับการใช้จ่ายโดยการปรับก็ไม่ได้ยากอะไรด้วย 
เพียงแค่จักเงินออกเป็นสองกอง เพื่อให้ใช้ได้ถึงสิ้นเดือนใครที่ไม่เคยใช้อาจจะมีขัดใจบ้างแต่นะเมื่อผ่านไปได้คุณจะมีแรงกระตุ้นจนถึงกขั้นอยากจะมีเงินเก็บให้ได้มากๆ เลยทีเดียว มาดูกันว่าแบ่งเงินอย่างไร 
- ค่าใช้จ่ายประจำ คือสิ่งที่คุณต้องจ่ายนะ เอาง่ายๆ ค่าห้อง ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่างวด ให้แม่พ่อ ก็ว่าไป คือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จ่ายไม่ได้ 
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เป็นเงินที่คุณใช้ระหว่างเดือน คือเงินเดือนทั้งหมด หัก ค่าฝใช้จ่ายประจำ ก็จะได้เงินที่คุณสามารถใช้จ่ายประจำเดือนได้ แยกเงินสองก้อนให้ออกจากกัน อย่าบนกันเพื่อที่จะได้ไม่เผลอจ่ายมากไป  

มีวิธีให้เหลือเงินใช้จนถึงสิ้นเดือนไหม 
มีครับ ได้กินข้าวทุกมื้อด้วย ไม่ต้องมาม่าสิ้นเดือน คือเอาค่าใช้จ่ายส่วยตัวมาหารจำนวนวัน แล้วถือออกจากบ้านแค่นั้น เท่านี้คุณก็จะไม่เผลอใช้เงินเกินตัวละ 
แต่นะมีฉุกเฉินติดกระเปฃ๋าไว้หน่อยก็ดีนะจะได้ไม่หน้าแตกเมื่อ มีเหตุการไม่คาดคิดแต่ไม่ใช่ว่าเอามาใช้โดยที่ไม่จำเป็นนะ ฉุกเฉิิน คำนี้คงเข้าใจนะ 

เท่านี้คุณก็จะบริหารจัดการเงินเดือนได้ละโดยไม่ต้องกินมาม่าอาทิตย์สิ้นเดิน หรือว่าปลากะพงน้ำแดงกะข้าวเปล่า 555 มันเป็นมุมที่เล่นกันในที่ทำงาน ปลากะพงน้ำแดงคือปลากระป๋องนั้นเอง

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ใช้เงินเป็น เก็บเงินได้

ใช้เงินเป็น คือรู้ค่าของเงิน
ใช้เงินเป็นของผมไม่เหมือนกันการให้เพื่อนไปซื้อเหล้าพร้อมกับแกล้มนะครับ พอมีเงินทอนก็จะบอกมึงใช้ตังค์ไม่เป็นเลย แต่ความหมายของคำว่าใช้เงินเป็นคือ รู้จักใช้อันไหนสมควรใช้ค่อยใช้ อันไหนไม่สมควรใช้ก็ไม่ใช้ อันนี้ถึงจะเรียกว่าการใช้เงินเป็น แต่ถ้ออย่างที่ผมบอกไปใช้ตังไม่หมดมีตังค์ทอนเขาเรียกใช้ตังค์ให้หมด ต่างจากการเก็บออมของเรานะครับ



มีวินัยกับการเงินแล้วจะเก็บเงินอย่างมีความสุข
มีคำที่ว่าหาก "คุณรู้คุณค่าของเงิน เงินจะอยากอยู่กับคุณ" อันนี้ผมว่าจริงนะครับ การที่เรารู้จักใช้เงินไม่ใช่ว่าไม่ใช้เลยแต่ใช้อย่างมีเหตุผล
เออผมเห็นผู้หญิงนะ เหมือนเอาประสบการณ์ตรงมาเล่า รองเท้า เสื้อผ้าเขาจะซื้อไปทำอะไรนักหนา จริงอยู่ว่าราคามันถูกแต่ซื้อเยอะมันก็หลายบาท มันต่างผู้ชาย ที่ผู้ชายจะชอบซื้อของแพง แล้วก็พอพังค่อยซื้อ แต่รวมกันเมื่อคิดค่าใช้จ่านเป็นรายปี ของผมก็ถูกกว่า แถมผมว่าผมใช้คุ้มกว่าด้วย

เงินรักคนที่รักมัน
ทำไมถึงบอกว่าเงินรักคนที่รักมันเพราะหากคุณไม่มีนิสัยรักเงิน ไม่รู้จักเก็บ มันก็ไม่อยู่กันคุณหรอก ผมว่าทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์กินแกลบ คือใช้เงินไม่พอในเดือนนั้นๆ จนต้องหยิบยืมเงินคนอื่นมาใช้แล้วผลก็คือเดือนหลังต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ลำบากต่อเนื่องกันเลยทีเดียว

วันหน้าจะมาอัพเดทวิธีคิดดีดีให้ครับ วันนี้ไปก่อนละ

Power by I9 เว็ปเพื่อการออมเงิน วิธีเก็บเงิน เก็บเงินลงทุน

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

เครดิตบูโรกับการขอสินเชื่อ SME ในปัจจุบัน

หากท่านอยากจะทำธุรกิจ SME แต่ยังมีชื่อติดอยู่กับเครดิตบูโร เมื่อติดเครดิตบูโรแล้วมีผลต่อการขอสินเชื่อจริงไหม ตอบตรงนี้เลยครับว่าไม่จริง แต่ผู้ที่มายื่นขอกู้ต้องเคลียร์สิ่งที่ค้างชำระไปแล้วหรือปิดบัญชีไปแล้วเพราะปัจจุบันนั้นการให้สินเชื่อหลักเกณฑ์การให้กู้ที่แต่ละแห่งจะกำหนดว่าจะดูเฉพาะปัจจุบันหรือดูเรื่องในอดีตประกอบหรือไม่ถ้าจะดูจะดูยาวนานจากปัจจุบันย้อนไปนานแค่ไหน 6 เดือน 12 เดือน 18 เดือนหรือ24เดือน ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากและเอสเอ็มอีไทยต้องเข้าใจนั่นก็คือคำว่า ”ติดเครดิตบูโร”


 อะไรคือติดเครดิตบูโรคำตามความเข้าใจของท่าน
ผมเข้าใจว่าไอ้เจ้าเครดิตบูโร เป็นเหมือนประวัติทางการเงินหรือ “สมุดพกทางการเงิน” ของเรา เป็นเรื่องการก่อหนี้กับการชำระหนี้ของตัวเรามีข้อมูลว่าในอดีตครั้งหนึ่งมีหนี้จำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ชำระไม่ได้อยู่ที่จำนวนหนี้ที่ค้างนั้นน้อยหรือมากแต่อยู่ที่ว่าสัญญาต้องเป็นสัญญาหรือไม่เป็นหนี้ต้องใช้หนี้หรือไม่ กลับกันคิดบ้างว่าถ้าเราเป็นเจ้าหนี้เราอยากได้เงินที่เราให้กู้ไปตามสิทธิที่เรามีหรือไม่ที่สำคัญที่สุดคือใครเป็นคนก่อให้เกิดปัญหาการมีประวัติค้างชำระหรือคิดดีดีใครเป็นที่ทำให้เกิดการติดเครดิต ตัวเราที่ไม่ชำระหนี้ของเราตามสัญญาหรือเครดิตบูโรถ้าเราไปชำระหนี้ครบชำระตรงเวลามันจะมีปัญหาหรือไม่มันเป็นเรื่องของข้ออ้างที่บอกต่อๆกันมาเป็นข้อความที่ยกมาเป็นประเด็นเท่านั้น

หากคิดด้วยใจ แบบใจเขาใจเรา จะพบว่าเหตุที่ไม่ได้เงินกู้ เพราะยังมีหนี้ค้างซึ่งบ่งบอกอะไรบางอย่างในตัวคนที่มาขอกู้ต้องไปแก้จุดนั้นไปเปลี่ยนกฎเกณฑ์ที่เป็นธรรมชาติที่เข้าใจได้ง่ายๆแต่ตัวเราไม่พยามยามทำความเข้าใจจึงเฉไฉไปว่าเป็นเพราะคนนั้นคนนี้ท้ายสุดบอกให้เลิกกติกา

คำถามคือแล้วยุติธรรมกับคนเป็นหนี้คนอื่นที่เขาจ่ายครบทุกบาททุกสตางค์หรือไม่ยุติธรรมกับคนฝากเงินหรือไม่
สมมติว่าให้ล้างข้อมูลที่ 50บาทลองคิดต่อนะครับว่าพอผ่อนมาจนเหลือ 50บาทแล้วท่านว่าจะมีใครไปจ่ายหนี้ก้อนนี้หรือไม่เป็นเงินเท่าไหร่ทั้งระบบแล้วธนาคารสถาบันการเงินปฏิเสธไม่ถอนให้ในจำนวนเดียวกันนี้ได้หรือไม่เวลาที่เจ้าของเงินฝากเขามาถอน
สรุปคำว่าติดเครดิตบูโรไม่มีความหมายคำที่ถูกคือมีประวัติค้างชำระหนี้ในอดีตซึ่งปัจจุบันได้จัดการไปแล้วหรือยังค้างชำระอยู่คนให้กู้ใหม่เขาเห็นข้อมูลเขาอาจไม่สบายใจเขาอยากมีหลักประกันว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก เราต้องมองมุมคนที่เขาต้องเอาเงินฝากอีกคนมาให้อีก ,คนกู้เช่นกัน