แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ้าของกิจการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ้าของกิจการ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เบอร์ 1 แห่งตลาดน้ำดำศึกของเป๊ปซี่ กับ เอส

วิเคราะทำไม เป๊ปซี่ กับ เอส อันไหนน่าจะรุ่ง

ในฐานะที่ Admin page ชอบ โค๊ก ดังนั้นขอรับรองว่าไม่มีส่วนได้เสีย หรือเชียร์ใครแน่นอน จากเดิมที่เสริมสุขผลิต เป๊ปซี่ โดยแบ่งกำไรกันและเกิดขัดแย้งทางธุรกิจ จนเป็นเหตุให้เกิดเครื่องดื่นหน้าใหม่ขึ้นในตลาดชื่อว่า เอส แต่เจ้าใหญ่อย่าง เป๊ปซี่ กับหายไปจากตลาด เพราะทางเสริมสุขไม่ผลิตสินค้าให้แต่ซื้อแฟรนไชส์ของเอสมาผลิตเอง แต่หลายคนเข้าใจว่า เสริมสุขได้สูตรของ เป๊ปซี่ และผลิตออกมาเอง แต่เรื่องจริงไม่ใช่
ต้นเหตุแห่งความขัดแย้งกันก็คงจะไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดจึงไม่ขอกล่าวถึงละกัน
เบอร์ 1 แห่งตลาดน้ำดำศึกของเป๊ปซี่ กับ เอส
เบอร์ 1 แห่งตลาดน้ำดำศึกของเป๊ปซี่ กับ เอส
แล้วเป๊ปซี่กลับมาอยู่ในตลาดได้อย่างไร
ด้วยความที่ เป๊ปซี่ เป็นบริษัทที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าของตลาดน้ำดำ จึงไม่อยากที่จะกลับมาโตโดยขาของตนเอง และไม่ใช่เรื่องอยากสำหรับ เป๊ปซี่ โดยบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ทุ่มงบลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท ในการจัดตั้งโรงงานใหม่และผลิตเองโดยหลังว่าจะกลับมาครองตลาดอีกครั้ง และก็เหมือนว่าจะเริ่มทำได้แล้ว
เสริมสุขได้อะไรจากการไม่ผลิตให้เป๊ปซี่
ได้ฐานลูกค้าเดิมครับ ได้ร้านค้าเดิมทั้งหมดที่เคยส่งให้แต่เรื่องของยอดขายไม่แน่ใจว่าอย่างไร แต่เห็นหลายคนก็ชอบ แต่บางคนบอกกลิ่นเหมือนกินน้ำมันมวย
แล้วเป๊ปซี่จะทวงคือตลาดได้ไหม
ตอนนี้เป๊ปซี่กลับมาอยู่ในสารบบตลาด แล้วและเดิมความนิยมจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะสามยี่ห้อ เรียกได้ว่ามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โค๊ก เป๊ปซี่ เอส แต่ละตัวไม่มีใครเหมือนกันเลย ทั้งเรื่องของรสชาติ ความซ่า และใช้บริการขนส่งของ DHL เรียกได้ว่าร่วมมือกับเจ้าแห่งการขนส่ง และตอนนี้ครองร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ได้เรียบร้อย
แต่ที่น่าเสียดายคือตู้แช่ที่เสียให้กับผู้ผลิตเดิม แต่ตอนนี้ เป๊ปซี่ ก็ออกตู้แช่ใหม่มาและผมทราบมาว่าประหยัดพลังงานกว่าเดิม และตัวนี่น่าจะเป็นการต่อลองทางการตลาดได้อีกอย่าง
ตอนนี้เรียกว่า เป๊ปซี่ ตีตื้นขึ้นมามากหลังจากที่ตกต่ำจากการโดนตีหัว ยิ่งได้รับความร่วมมือ จากขนมขบเคี้ยวเบอร์ 1 อย่างเลย์ อยู่ในพอร์ต นอก จากนั้น ยังมี ทวิสตี้, ตะวัน, ซันไบทส์, ชีโตส, โดริโตส และข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ จึงไม่ยากเลยที่จะกลับมาครองตำแหน่ง แต่ผมก็ยังรัก โค๊ก เหมือนเดิมเพราะเรื่องของรสชาติมันแทนกันยากผมว่า

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หากลุ่ม facebook สำหรับขายของ

วิธีการหากลุ่ม facebook สำหรับขายของ
หากลุ่ม facebook สำหรับขายของ สำหรับคนที่มีสินค้าแต่ไม่รู้ว่าจะขายยังไง หน้าร้านก็ไม่มี วันนี้เรามาสอนท่านแล้ว อ้อไม่ใช่เรื่องยากครับ ขอแต่มีคนรับเข้ากลุ่มเท่านั้นเอง


รวมกลุ่มขายของ Facebook อันดับต้นๆ โพสต์/โปรโมท/ประกาศ ฟรี 11 กลุ่มหลัก ขายของมาแรง คนเยอะมากๆ (ยอดคน 10000 up แล้วจร้า!!!) 
>>>กลุ่มย่อย สำหรับ พ่อค้า/แม่ค้า/บุคคลทั่วไป เชิญเข้ากลุ่มได้เลยครับ
**4กลุ่มย่อยนี้ผมได้แบ่งตามหมวดหลักๆไว้ให้แล้วนะครับ (พ่อค้า/แม่ค้า เข้ากลุ่มให้ถูกนะครับ)
ขอความกรุณาทุกท่านอย่าโพสต์ผิดประเภทของกลุ่ม ทำเพื่อส่วนรวมนะครับ!!!
https://www.facebook.com/groups/ShopFashion
https://www.facebook.com/groups/ForYouShop
https://www.facebook.com/groups/TaradzoneIT
https://www.facebook.com/groups/MotorShop

ถ้าไม่สะใจวันหน้าจะหามาให้เพิ่มนะครับ 

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หลักการการทำธุรกิจเบื้องต้นออนไลน์

หลักการการทำธุรกิจเบื้องต้นออนไลน์

ทุกคนมีพื้นฐานอยู่แล้วว่าเราจะขาย สินค้าอะไรซักอย่างสิ่งแรกเลยที่ต้องมองคือ
แนวโน้มการของลูกค้า ใครจะมาเป็นฐานลูกค้าของเรา ไม่ใช่ว่ารอ มั่ว เหมือนหว่านแห อันนี้มันก็ไม่ใช่
เพราะหากไม่มีแนวโน้มของลูกค้า แล้วเราจะเอามาขายให้ใคร สินค้า ต้องเป็นสินค้า ที่จำหน่ายง่าย ขายคล่อง แล้วจากนั้นค่อยขยายตลาด



หากไม่รู้ว่าจะหาตลาดที่ไหนจะทำยังไง 
ทุกวันนี้นะครับ ตลาดไม่ใช่เรื่องยากนะผมว่า ขอเพียงคุณพึ่งเทคโนโลยี่สักนิดเท่านี้ลูกค้าก็พร้อมที่จะเข้าหาคุณแล้ว ทุกวันนี้หน้าร้านไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่สิ่งจำเป็นคือ สินค้า และแน้วโน้มของลูกค้ามากกว่า

การหากลุ่มลูกค้าในตลาดออนไลน์ 
คุณคงจะรู้จัก บล๊อค เฟสบุ๊ค กูเกิ้ลพลัส ทุกวันนี้เขาใช้เส้นทางพวกนี้ในการขายของ หรือ บางคนใช้ทวิต ไอจี อันนี้หากเรามีเพื่อติดตามเยอะก็เป็นประโยชน์เหมือนกัน

ก็คงจะพอวิเคราะห์กันได้แล้วว่าเราจะหา ตลาดได้ยังไง และสินค้าเรา เหมาะกันใคร ราคาไม่สูงเกินที่คนจะซื้อ หรือว่า เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม อันนี้ราคาก็คงต้องสูกเป็นธรรมดา คงได้ไอเดรย ได้แนวคิดกันไปมั่ง โพสนี้ก็คงจะขอจบไปเพียงเท่านี้

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ความฝันคนเราไม่เท่ากัน ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ผมเคยคุยกับคนหลากหลากหลายอาชีพ บางคนมีอาชีพที่มั่นคง บางคนอยากเป็นเจ้าของกิจการ บางคนก็เป็นข้าวราชการระดับล่าง ระดับสูง แต่สิ่งที่ทุกคนอยากได้เหมือนกันคือชีวิตที่ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร เป็นนายตัวเอง มีอิสระภาพทางการเงิน บางคนก็ทำได้ บางคนก็เป็นแค่ความฝัน
ผมว่าทุกคนสามารถที่จะทำให้มันเป็นไปได้ แต่ฝันนั้นต้องมีส่วนเป็นไปได้ด้วย อย่าได้ฝันจนเกินความจริง ไม่ใช่ว่ามีเงินเดือน 15000 อยากได้รถราคา 10 ล้านมันก็คงยาก แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มันมีโอกาศเป็นไปได้อยู่แล้ว ถ้าเราเป็นคนที่ไมท้อ และไม่ยอมแพ้
ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง
ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ผมเจอคนที่เขาฝันและเรียกว่าตอนนี้เขาทำได้แล้ว และอีกประเภทหนึ่งคือฝัน แต่ฝันเรียกได้ว่าฝันแบบลมๆ ไปวันๆ
มาดูกัน ว่าแต่ละคนมีแนวคิดอย่างไร
คนแรกเลย เป็นช่างตัดผม
ผมตัดด้วยจนน่าจะเรียกได้ว่าเป็นช่างประจำไปแล้วก็ได้ เมื่อไปตัดแกก็จะเล้าแนวคิดทางธุระกิจของแกให้ฝัง และสองปีที่ผ่านมาแกก็เริ่มลงมือทำ “ธุระกิจบ้านเช่า” แต่บ้างแกอยู่ชาญเมืองมาก ตอนเริ่มททำ 10 ห้องแรกมัคนถามว่าสร้างไว้อยู่เองหรอ คนละห้องสี่คนพ่อแม่ลูก ที่เหลือไว้เก็บของ ตอนนั้นสังเกตุได้เลยว่าแกเครียด แต่เมื่อสร้างเสร็จ ใครจะคิดละว่า โรงงานที่อยู่อีกอำเภอจะมีสวัสดิการวิ่งผ่าน และก็มีพวกที่หนีความวุ่นวายยอมจ่ายเงิน เดือนละ 2.000 บาท เพื่อหลบมาหาที่สงบ และเป็นส่วนตัว บรรยากาศบ้านนอก และก็เพื่อนๆ มาอีก จนตอนนี้เต็มทุกห้อง และแกก็มีรายได้เป็นเงินเดือนตามที่แกเคยฝันไว้ เดือนละ 20,000 และแกก็ยังเป็นช่างตัดผมที่ขี้โม้ที่สุดเหมือนเดิม
คนที่ 2 เป็นราชการระดับสูง
คนนี้เป็นราชการระดับชำนาญงาน คนนี้ไม่ได้หาเงินเองมาตั้งแต่ต้นเหมือนช่างตัดผม แต่เขาใช้วิธีกู้เต็มที่ คือ 60 เท่าของเงินเดือน แต่ข้อดีของราชการคือ จะมีสหกรณ์ที่เป็นที่ให้กู้แต่ไม่ได้ส่งเข้าสำนักเคดิตในช่วงนั้น แกเลยกู้ได้สองทางคือ สหกรณ์ และธนาคาร ที่ละ 60 เท่าของเงินเดือนแต่แก เอาไปลงทุนทำหอพัก ให้นักศึกษาเช่า เดือนละ 4000 บาท จำนวน 15 ห้อง เหลือไว้เอง 1 ห้อง แก็มีเงินที่จะคืนให้กันทั้งสองสถาบันที่ให้กู้ 60000 บาทคือรายได้ต่อเดือนที่แกได้รับ เรียกว่าดีกว่ารายได้ประจำอีก
คนที่ 3 เป็นคนขับรถในโรงพยาบาล และมีความารู้เรื่องเครื่องยนต์
แกบ่นเงินเดือนไม่พอกิน แต่ด้วยความที่แกเก่งดูรถเป็น ใครจะซื้อรถมือสองนะ มาถามแกนี่ไม่พลาด จนไปดูกตาเจ้าของเต้นท์ ให้เงินเดือนมากกว่าที่ทำงานเดิมแล้วแกก็หายไป เมื่อกลับมาก็เป็นเจ้าของวินรถตู้ มีรถในครอบครอง 3 คัน แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เจอแกมา 4 ปีแล้วไม่รู้ว่าเป็นไงมั่ง
คนสุดท้ายนี่เป็นข้าราชการอาวุโส คนนี้กู้ทุกอย่าง และกู้เต็มวงเงินเหมือนกับคนที่สอง แต่ไม่รู้ว่าแกใช้เงินอย่างไร ตอนนี้เอารถเข้ารีไฟแนท์ รอบ 2 และขายที่ไปแล้ว 12 ไร่ ทั้งที่เป็นที่ที่ซื้อไว้ตั้งแต่สมัยเริ่มทำงาน
ทั้งสี่คนที่ผมเห็นเหมือนกันคือกินเหล้า กินเบียร์ คนที่ 2,3 ไม่สูบบุรี่ เท่านั้นเอง แต่ชีวิตมุมอื่นผมไม่ได้สัมผัส แต่สิ่งที่ผมจะบอกคือ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เป็นลูกจ้าง ราชการ ประกอบอาชีพอะไร ก็สามารถที่จะทำตามฝันได้หากฝันนั้นไม่เกินจริง สุดท้ายอยากฝากไว้าว่า “คุณพยายามอย่างเตมที่แล้วหรือยัง ก่อนที่จะบอกว่าทำไม่ได้”

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

อาชีพลูกจ้างกับอาชีพเจ้าของกิจการข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน

อาชีพลูกจ้างกับอาชีพเจ้าของกิจการข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน

หากคุณคิดว่าการเป็นลูกจ้างมันช่างแสนต่ำต้อย น่าน้อยใจ ไม่น่าภูมิใจในอาชีพ คุณจะเป็นเจ้าของกิจการที่ดีได้อย่างไร เพราะหากผันตัวไปเป็นเจ้าของกิจการทั้งที่ตอนเป็นลูกจ้างยังครึ่งๆ กลางๆ คุณไม่มีทางประสพความสำเร็จแน่นอน 



อาชีพลูกจ้อางกับเจ้าของกิจการมีความต่างกันอย่างมาก ทั้งเรื่องของทุน ความสามารถ ประสบการณ์ แม้นว่าลูกจ้างจะทำงานให้กับนายจ้างเพื่อแลกกับค่าจ้าง แต่ก็เป็นอาชีพที่มีเกียตร์เพราะนายจ้างต้องพอใจถึงจะจ้างต่อ แม้นว่าจะเป็นธุรกิจของผู้อื่นแต่หากคุณทำไม่เต็มที่ กิจการขาดทุนใครจะมีตังค์จ้างคุณละ หากคุณฝันที่จะมีกิจการร์คุณต้องเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา เพราะหากปัญหานั้นเกิดกับกิจการของคุณคุณจะได้นำมันมาแก้ปัญหาได้ หากเปรียบเทียบอาชีพลูกจ้างกับอาชีพเจ้าของกิจการข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน

ข้อดีของการเป็นลูกจ้าง 
- เป็นอาชีพที่มั่นคง
- รายได้สามารถสะสมเป็นเงินหรือสินทรัพย์ได้
- มีเวลา ตื่นเช้าไปทำงานเย็นกลับบ้าน
- มีวันหยุดเทศกาลต่างๆ 

ข้อเสียของการเป็นลูกจ้าง 
- ทุกอย่างที่เราทำมา เราได้แค่เพียงความภูมิใจ 
- แม้นจะทุมเทแรงกายขนาดไหนหากนายจ้างไม่พอใจก็เสียเปล่า
- ต้องทำตัวให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ

ข้อดีของการเป็นเจ้าของกิจการ
- เป็นความภูมิใจว่ามันคือกิจการของเราแม้นจะเป็นธุรกิจเล็กๆ
- ได้พึ่งความสามารถในการบริหารของตัวเองเป็นการพิสูจน์ความสามารถ
- มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
- ส่งต่อกิจการนั้นได้

ข้อเสียของการเป็นเจ้าของกิจการ
- ลำบากทำงานหนัก อย่างน้อยก็ต้องกรับผิดชอบมากกว่าลูกน้อง
- ต้องมีเงินทุนสำรอง
- แม้นจะไม่มีคนคอยสั่ง แต่ลูกค้าคือนายของคุณ
- ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้กิจการนั้นอยู่รอด

เมื่อท่านได้เห็นข้อได้เปรียบเสีย เปรียบในการเป็นเจ้าของธุรกิจหรือการเป็นลูกจ้างแล้ว ท่านคงพอนึกภาพออกบ้างแล้ว และได้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของการเป็นเจ้าของธุรกิจและการเป็นลูกจ้าง แล้วความฝันของท่านละจะเดินต่อไหม สู้กันความลำบากนั้นหรือไม่

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

ลงทุนอย่างไรให้เพิ่มเงินได้แบบเยอะๆ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมเห็นจั่วหัวเว็บน่าอ่านมากมายว่า "เงิน 500 ทำยังไงให้เป็นเงิน 20000 ภายใน 3 เดือน" แต่จากโจทย์ที่ให้ผมคิดว่าเป็นไปได้ยากหากจะนำเงิน 500 นั้นไปลงทุนจริงจริง ไม่ว่าจะยังไงมันก็ยังยากแถมเจ้าของกระทู้ก็ยังไม่ได้มาเฉลยว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ก็ต้องขอบคุณกระทู้นี้ด้วย http://pantip.com/topic/33070765
แต่ก็มีหลายคนออกมาบอกว่า เออหากจะให้ได้จริงๆ มันก็มีหลายทาง อย่างหาของมาขาย เสี่ยงโชค แต่สำหรับผมนะการเสี่ยงโชคเป็นอะไรที่ได้กลับคืนมายากมากกกกกก เพราะประตูที่จะชนะมันน้อย แต่ก็ได้ไอเดียดีดี กับคำตอบที่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้ ลองอ่านให้จบแล้วท่านจะได้ไอเดียดีดี


- ขายหมูปิ้ง จำนวน 70 ไม้ทุกวันก็ได้แล้ว ได้มากกว่า 20000 ด้วย และมีโอกาสได้มากถึง 50000 หากขยันภายใน 90 วันแต่นั่นหมายถึงคุณต้องขายหมดทุกวันนะครับ ถึงจะได้เงินขนาดนั้น แต่หากคิดตามหลักความจริง ถ้าเขามีอาชีพหลักอยู่แล้วละ มันก็ยากที่จะทำอย่างนั้นเพราะข้อจำกัดเรื่องเวลา ในการเข้างาน การพักผ่อน และความเมื่อยล้าจากการทำงาน 
แต่หาก เขาไม่มีอาชีพรายได้ที่ได้มาก็ต้องนำไปหักค่าแรงนะครับ ไม่งั้นมันก็ไม่คุ้ม จากกระทู้บอกว่า 
เงิน 500 บาท   
ซื้อหมูได้ 2 กิโล 280 สามรถทำได้ 140 ไม้ ขายคิดเป็นเงิน 700-280 บาท = กำไร 420 บาท/วัน
ค่าเครื่องปรุง ถุง ไม้เสียบ 70 บาท ค่าถ่านไม้ 30
ค่าข้าวเหนียว กิโลละ 30 บาท 4 โล = 120 บาท ได้ 56 ถุง ขายถุงละ 5 บาท ได้เงิน 280 -120 = กำไร 160 บาท/วัน
ระยะเวลา 90 วัน คุณจะขายได้  max = (420+160) x 90 วัน = 52,200 บาท 
+- ค่า ERR ผันแปร  ที่ 10 %
แต่กรณีนี้ยังไม่หักค่าแรงหากคิดจริงๆ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 x 90 = 27000 บาท ก็ยังได้ตามโจทย์ 
สรุปว่าท่านจะหาทำเลที่จะทำให้ขายหมดได้ทุกวันหรือไม่ เพราะในราคานี้ไม่คิดค่าเช่าที่ 

- ขายสินค้าออนไลน์ โดยนำเงินซื้อสินค้า และต่อทุนโดยการนำกำไรไปลงทุน แต่ใครจะรู้ละครับว่าการขายของบนอินเตอร์เน็ตที่เป็นแฟนเพจมันยากมาก หากคุณไม่มีฐานลูกอยู่แล้ว หรือเพจที่พร้อมจะทำหน้าที่ขายอยู่แล้ว เพราะเงินเพียง 500 มันลงโฆษณายังไม่ได้เลย แล้วจะเหลือเงินไปซื้อสินค้ามาขายไหม แต่หากจะซื้อเป็นกิ๊ฟช๊อปมาขายในที่ทำงาน มันก็พอได้นะ แต่อย่าให้ใครรู้ราคารับมา และการตั้งราคา ต้องมากกว่า 50% เพราะหากรับมา 10 ชิ้น ยังไงมันก็ต้องเหลือ 2-3 ชิ้น และ 2-3 ชิ้นนี้แหละเป็นปัญหาเพราะจะดึงเอากำไรไปจนหมด หากคิดราคาเหมือนกับการขายอาหารหรือของกิน

- หาจับงานเฉพาะ อย่างแปลงาน งานซ่อม ตุ๊กตา พระเครื่อง ของสะสมต่างๆ หากเป็นของพวกนี้มันจะได้ราคางาม ฟังเหมือนง่ายแต่มันยากนะครับการที่จะจับถูกชิ้นสำหรับคนไม่คุ้นตลาด เพราะของสะสมพวกนี้ต้องใช้ทั้งความจำ สังเกต ประสบการณ์ กว่าจะกลายมาเป็นความรู้ที่สั่งสมโดยไม่ต้องมองตำรา 

แล้วคุณละ อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้คุณได้อะไรดีดีแล้วหรือยัง เงินห้าร้อยมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้มันงอกเงย แต่อยู่ที่ตลาด ความถนัด และทำเล หรือหัวคิดทางการค้า 
แต่ผมว่าผู้ใหญ่ที่ให้โจทย์มาก็เพียงจะสอนว่า ให้ลองลงมือทำ เพราะเงินห้าร้อย หมดก็ไม่ได้เสียดายแต่หากกล้าที่จะลงทุนด้วยเงินเพียงห้าร้อย สิ่งที่จะได้รับมันคือความคิด ประสบการณ์ที่หากซื้อไม่ได้ด้วยเงิน 500 บาท  แต่เป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืม ไม่ว่าจะผ่าไปอีกกี่ปีกี่เดือน

Power by Yoyo เว็บในเครือน้องตะวัน

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

เงินทุนไม่ใช่ปัจจัยหลักของการลงทุนให้ประสบความสำเร็จ

หลายคนมองหาโอกาสทางการลงทุน ฝันอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือมีร้านอะไรซักอย่างเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่ขาดสิ่งแรกที่โพล่ขึ้นมาในหัวคือเงินทุน แต่มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไหม

ผมเห็นหลายธุรกิจที่เกิดขึ้น อยู่ได้สักพักแล้วก็หายไป แม้ว่าธุรกิจหรือสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งใหม่ เป็นธุรกิจ หรือการค้าที่มีคนทำไว้แล้ว เราแค่ลอกการบ้านแล้วบริหารมันให้ดีกว่า มองดูเหมือนง่าย จริงๆ เงินทุนมันไม่ใช่สิ่งแรกที่ขาด หากคุณมีงานประจำแล้วอยากมีร้านหรือธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองคุณควรมอง ปัจจัยต่อไปนี้เพื่อปิดทางของความล้มเหลว แล้วกคุณจะคงอยู่กับธุรกิจของคุณต่อไปได้




- ประสบการณ์ อันนี้สำคัญมากสำหรับการดำเนินธุรกิจหรือการมีร้านเป็นของตัวเอง ประสบการณการทำงานบางครั้งก็ได้มาจากการเป็นเจ้าของกิจการเอง บางคนได้มาจากการมีหน้าที่มากจึงมีประสบการณ์ส่วนนี้ บางท่านบางคนได้จากการดู ประสบการณ์มันสอนกันได้

- การวิเคราะห์ตลาด บางคนเอาแค่ว่าฉันอยากขายอันนี้ แล้วฉันก็จะขาย ไม่สนใจวาสตลาดเป็นไงคนสนใจมากน้อยขนาดไหน จะมีใครซื้อหรือเปล่า อย่างมีคนเอาเป็นว่าเพื่อนผม ชอบผ้าพันคน ทำเป็น ก็อยากทำขาย แต่เมื่อทำไปขายแล้วสู้ที่วางขายตามตลาดไม่ได้ เพราะราคารวมค่าแรงมากกว่า ทำให้ต้องขายราคาแพง แถมไม่มีลายให้เลือกมากนัก จึงขายยาก
ใครไม่รู้กล่าวไว้ว่า "สิ่งที่เราชอบให้ทำเป็นงานอดิเรก สิ่งที่ทุกคนชอบให้ทำเป็นธุรกิจ แล้วธุรกิจของท่านจะรุ่งเอง 

- ทำเล การทำอะไรก็ตามต้องดูทำเล ขนาดรถขายน้ำยังไปจอดหน้าโรงเรียนรอเด็กเลิก เพราะอะไร เขาเข้าใจว่าคนมากก็จะขายได้มาก และอีกอย่างเด็กสมัยนี้ในโรงเรียนห้ามขายน้ำอัดลม นักเรียนก็ชอบ เลิกมาก็คนละป๋อง คนละขวด สบายพ่อค้าเลย แต่หากร้านย้ายไม่ได้เราก็ต้องดูว่าจุดนั้นคนสัญจรผ่านมากแค่ไหน กี่คน กลุ่มลูกค้าเราเป็นใครมั่ง  

เห็นไหมว่ามันมีปัจจัยที่สำคัญกว่าเงินลงทุนอีกมากมาย แต่ผมเชื่อนะว่าหากเงินลงทุนเป็นของคุณเอง ยิ่งเงินนั้นเป็นเงินเก็บนะมันจะ

ช่วยให้คุณมีแรงใจในการบริหารธุกิจให้รุ่งมากกว่าคนอื่น ที่ผมจั๋วหัวข้อแบบนั้นเพราะว่า ธุรกิจหากจะทำจริงๆ มีหลายธนาคารที่จะช่วยคุณได้ในเรื่องของแหล่งเงินทุนหากใจรักก็หาประสบการณ์ไว้ซักวันมันต้องเป็นวันของคุณ

Power by I9 เว็บในเครือน้องตะวัน