สำรวจตัวเองก่อนเริ่มทำอะไร จากหนังสือ ชีวิตขีดแดง
เคยไหมกันที่คิดว่างานประจำที่ทำอยู่มันไม่ใช่งานที่เราอยากทำ แต่เราก็ยังไม่รู้ว่างานอะไรที่เหมาะกับเรา ผมไม่เคยคิดนะว่างานที่ทำอยู่เป็นงานที่ดี แต่ผมคิดว่าในเมื่อที่ทำงานเลือกเราให้มาทำงานก็เพราะว่าเห็นในความสามารถของเราแล้วเราจะทำให้คนที่ไว้ใจเราต้องผิดหวังหรอ มันคงจะไม่ดีแน่หากเป็นเช่นนั้น
นายจ้างเขาให้โอกาสอย่างน้อยเขาก็ต้องมองเห็นอะไรในตัวเราบ้างแหละ แต่หากคุณเองยังไม่รู้ว่าอะไรคืองานที่คุณรัก และอยากทำ คุณก็รักในงานที่ทำอยู่สิ แล้วคุณก็จะมีความสุขในการทำงาน งานให้เงินเงินก็ช่วยให้เราอยู่รอด มีกินมีใช้ แต่มีเก็บนี่คนละเรื่อง แต่ยังไงผมก็คงจะวนเข้าเรื่องมีเก็บอยู่ดี เพราะมันคือ จุดประสงค์หลักของ E-book เล่มนี้
นายจ้างเขาให้โอกาสอย่างน้อยเขาก็ต้องมองเห็นอะไรในตัวเราบ้างแหละ แต่หากคุณเองยังไม่รู้ว่าอะไรคืองานที่คุณรัก และอยากทำ คุณก็รักในงานที่ทำอยู่สิ แล้วคุณก็จะมีความสุขในการทำงาน งานให้เงินเงินก็ช่วยให้เราอยู่รอด มีกินมีใช้ แต่มีเก็บนี่คนละเรื่อง แต่ยังไงผมก็คงจะวนเข้าเรื่องมีเก็บอยู่ดี เพราะมันคือ จุดประสงค์หลักของ E-book เล่มนี้
มาเริ่มสำรวจตัวเองกันเลย
คุณเงินหมด จนเหลือเพียงตังค์เหรียญใช้เมื่อผ่านไปกี่วันหลังเงินเดือนออก กรณีเงินเดือนออกไม่พร้อมโอที นับจากเงินเดือนออก มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ไหม?
กินหรู อยู่สบาย จ่ายไม่อั้น ตามใจฉันตลอด
ต้นเดือนกินหรู กลางเดือนกินถูก ปลายเดือนไม่มีจะกิน
เงินเดือนหลักหมื่น มีเงินเก็บหลักร้อย
ถ้าเป็นอย่างที่ผมว่ามาข้างต้น ผลการวินิจฉัยด้านการเงินบอกออกมาว่าคุณใช้ “ชีวิตขีดแดง” แล้วละครับ
คุณเงินหมด จนเหลือเพียงตังค์เหรียญใช้เมื่อผ่านไปกี่วันหลังเงินเดือนออก กรณีเงินเดือนออกไม่พร้อมโอที นับจากเงินเดือนออก มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ไหม?
กินหรู อยู่สบาย จ่ายไม่อั้น ตามใจฉันตลอด
ต้นเดือนกินหรู กลางเดือนกินถูก ปลายเดือนไม่มีจะกิน
เงินเดือนหลักหมื่น มีเงินเก็บหลักร้อย
ถ้าเป็นอย่างที่ผมว่ามาข้างต้น ผลการวินิจฉัยด้านการเงินบอกออกมาว่าคุณใช้ “ชีวิตขีดแดง” แล้วละครับ
ชีวิตขีดแดงเป็นอย่างไร
ในที่นี้ผมเปรียบการใช้เงินกับเข็มวัดน้ำมันที่มันถึงขีดแดง เวลาคุณขับรถยนต์คุณเองก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ จะถึงปั้มหน้าไหมอีกนานไหมจะถึงปั้ม ยิ่งไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นชินนี่มันได้ลุ้นตลอดเวลา และในที่นี้การใช้เงินของเราก็เหมือนกัน ลุ้นตั้งแต่ต้นเดือน มันจะถึงเงินเดือนใหม่ออกไหม หรือว่ามันจะหมดก่อน จะทำอย่างไรให้มันอยู่รอด ทำอย่างไรถึงจะใช้เงินจนถึงวันที่ 31 โอ้เดือน ลงท้ายด้วยคมนี่ช่างยาวนาน บางเดือนไม่พอก็ยิบยืมคนนั้นคนนี้มาใช้ หากเป็นอย่างนี้ประจำผมว่ามันไม่สนุกนะ มันหาความสุขไม่ได้ หรือบางคนอาจบอกว่ามันคือสีสันของชีวิตแต่ผมว่าไม่นะ มันคือความท้อแท้ต่างหาก ทำงานดี แต่งตัวดี มีรถขับ แต่ไม่มีจะกิน สิ้นเดือนเดินมาทำงาน ไม่ไหว มันพาให้ท้อใจ เสียเปล่าๆ
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้เออมันก็จริง เห็นด้วย คิดเหมือนกัน จะทำหลายรอบแล้ว แต่เมื่อเงินเดือนออกทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม กลายเป็นวงจรชีวิตของมนุษย์เงินเดือน มีกินอย่างดีต้นเดือน กลางเดือนกินถูก ปลายเดือนไม่มีจะกิน การจ่ายเงินเป็นไปอย่างกะเบียดกระเสียร ไม่เป็นอย่างใจต้องการ ไม่มีความสุข ทุกข์ เครียด กับจำนวนเงินที่เหลืออย่างน้อยนิด บางคนหนักกว่านั้น เพราะว่าเป็นคนมีเครดิต ก็สนุกสิครับ ยืมเงินอนาคตมาใช้ก่อน ได้ของมาเงินก็ไม่ต้องจ่าย สนุกกิน แต่พอมาเห็นบัญชีตอนสั้นเดือนก็บ่นว่าเงินหายไปไหน
สาเหตุหลักๆ ส่วนใหญ่เลยของคนที่เจอปัญหาอย่างที่ว่ามาคือ “บริหารจัดการด้านการเงินผิดพลาด” หรือ “ไม่มีการบริหารจัดการด้านการเงิน” เลยจ่ายในช่วงแรกๆ ที่มีรายได้เข้ามา อย่างไม่ทันได้คิดถึงความจำเป็นต่อการใช้ อาศัยเพียงความอยากแล้วก็จ่าย เรียกว่าจ่ายเพื่อความสบายใจ เท่าไรเท่ากันไม่ได้สนใจ ของเพียงสิ่งที่ได้มานั้นตรงตามความต้องการ ตรงคอนเซ็ปต์ จะรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเงินไม่เหลือในกระเป๋า
เก็บความทรงจำช่วงที่ลำบากไว้ให้ดีอย่าให้ “ความยิ่งใหญ่ของการจ่ายเงินกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง” โดยลืมไปอย่างสนิทว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร การไม่มีเงินอยู่ในกระเป๋าลำบากแค่ไหน ยังคงกลับเข้าสูวงจรเดิม “กินหรู อยู่สบาย จ่ายไม่อั้น ตามใจฉันตลอด”
ในที่นี้ผมเปรียบการใช้เงินกับเข็มวัดน้ำมันที่มันถึงขีดแดง เวลาคุณขับรถยนต์คุณเองก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ จะถึงปั้มหน้าไหมอีกนานไหมจะถึงปั้ม ยิ่งไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นชินนี่มันได้ลุ้นตลอดเวลา และในที่นี้การใช้เงินของเราก็เหมือนกัน ลุ้นตั้งแต่ต้นเดือน มันจะถึงเงินเดือนใหม่ออกไหม หรือว่ามันจะหมดก่อน จะทำอย่างไรให้มันอยู่รอด ทำอย่างไรถึงจะใช้เงินจนถึงวันที่ 31 โอ้เดือน ลงท้ายด้วยคมนี่ช่างยาวนาน บางเดือนไม่พอก็ยิบยืมคนนั้นคนนี้มาใช้ หากเป็นอย่างนี้ประจำผมว่ามันไม่สนุกนะ มันหาความสุขไม่ได้ หรือบางคนอาจบอกว่ามันคือสีสันของชีวิตแต่ผมว่าไม่นะ มันคือความท้อแท้ต่างหาก ทำงานดี แต่งตัวดี มีรถขับ แต่ไม่มีจะกิน สิ้นเดือนเดินมาทำงาน ไม่ไหว มันพาให้ท้อใจ เสียเปล่าๆ
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้เออมันก็จริง เห็นด้วย คิดเหมือนกัน จะทำหลายรอบแล้ว แต่เมื่อเงินเดือนออกทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม กลายเป็นวงจรชีวิตของมนุษย์เงินเดือน มีกินอย่างดีต้นเดือน กลางเดือนกินถูก ปลายเดือนไม่มีจะกิน การจ่ายเงินเป็นไปอย่างกะเบียดกระเสียร ไม่เป็นอย่างใจต้องการ ไม่มีความสุข ทุกข์ เครียด กับจำนวนเงินที่เหลืออย่างน้อยนิด บางคนหนักกว่านั้น เพราะว่าเป็นคนมีเครดิต ก็สนุกสิครับ ยืมเงินอนาคตมาใช้ก่อน ได้ของมาเงินก็ไม่ต้องจ่าย สนุกกิน แต่พอมาเห็นบัญชีตอนสั้นเดือนก็บ่นว่าเงินหายไปไหน
สาเหตุหลักๆ ส่วนใหญ่เลยของคนที่เจอปัญหาอย่างที่ว่ามาคือ “บริหารจัดการด้านการเงินผิดพลาด” หรือ “ไม่มีการบริหารจัดการด้านการเงิน” เลยจ่ายในช่วงแรกๆ ที่มีรายได้เข้ามา อย่างไม่ทันได้คิดถึงความจำเป็นต่อการใช้ อาศัยเพียงความอยากแล้วก็จ่าย เรียกว่าจ่ายเพื่อความสบายใจ เท่าไรเท่ากันไม่ได้สนใจ ของเพียงสิ่งที่ได้มานั้นตรงตามความต้องการ ตรงคอนเซ็ปต์ จะรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเงินไม่เหลือในกระเป๋า
เก็บความทรงจำช่วงที่ลำบากไว้ให้ดีอย่าให้ “ความยิ่งใหญ่ของการจ่ายเงินกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง” โดยลืมไปอย่างสนิทว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร การไม่มีเงินอยู่ในกระเป๋าลำบากแค่ไหน ยังคงกลับเข้าสูวงจรเดิม “กินหรู อยู่สบาย จ่ายไม่อั้น ตามใจฉันตลอด”
ในเมื่อเงินใช้ให้เหลือสิ้นเดือนยังลำบากแล้วเงินเก็บละ ?
แอร้ยยยยยยย! ถามอะไรตอนนี้คือช่วงเวลาของการทำมาหากิน หากนี่คือคำตอบของคุณละก็ ลบไฟล์ทิ้งได้เลยครับ คุณไม่พร้อมที่จะอ่านให้จบบทนี้ และ E-book เล่มนี้ไม่เหมาะกับคุณ
แต่หากเปิดใจและรับได้ว่ามันคือความจริงทำมานานจริงแต่นะ ก็มันเก็บไม่ได้นี่ให้ทำไง แสดงว่าคุณพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่อย่างว่าเงินจะกินให้พ้นเดือนยังยากแล้วเงินเก็บมันจะไปมีได้อย่างไร บางคนทำงานมา 4 ปีเงินเก็บหลักร้อย แต่บางคนทำมาเป็น 10 ปีไม่มีสักบาท มีเงินแค่ใช้เดือนชนเดือน บางเดือนหนักกว่านั้นต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาใช้เพื่อที่จะให้รอดถึงเงินเดือนใหม่ หากเป็นอย่างที่ว่ามันคือ “ระบบการจัดการเงินของเรากำลังบกพรองอย่างแรง” หากไม่รีบแก้ไข อาจเป็นปัญหา เมื่อเจ็บป่วย ตกงาน รับรองลำบากแน่
รู้ไหมว่าคนที่ไม่เหลือเงินเก็บ เทียบคนที่เหลือเงินเก็บต่างกันตรงไหน ทั้งที่ทั้งสองกลุ่มก็หาเงิน ประกอบอาชีพเหมือนๆ กัน
– คนที่มีเงินเหลือเก็บ หารายได้มากกว่ารายจ่ายที่ใช้ไป
– คนไม่มีเงินเหลือเก็บ ใช้จ่ายมากกว่าเงินที่หามาได้
แอร้ยยยยยยย! ถามอะไรตอนนี้คือช่วงเวลาของการทำมาหากิน หากนี่คือคำตอบของคุณละก็ ลบไฟล์ทิ้งได้เลยครับ คุณไม่พร้อมที่จะอ่านให้จบบทนี้ และ E-book เล่มนี้ไม่เหมาะกับคุณ
แต่หากเปิดใจและรับได้ว่ามันคือความจริงทำมานานจริงแต่นะ ก็มันเก็บไม่ได้นี่ให้ทำไง แสดงว่าคุณพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่อย่างว่าเงินจะกินให้พ้นเดือนยังยากแล้วเงินเก็บมันจะไปมีได้อย่างไร บางคนทำงานมา 4 ปีเงินเก็บหลักร้อย แต่บางคนทำมาเป็น 10 ปีไม่มีสักบาท มีเงินแค่ใช้เดือนชนเดือน บางเดือนหนักกว่านั้นต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาใช้เพื่อที่จะให้รอดถึงเงินเดือนใหม่ หากเป็นอย่างที่ว่ามันคือ “ระบบการจัดการเงินของเรากำลังบกพรองอย่างแรง” หากไม่รีบแก้ไข อาจเป็นปัญหา เมื่อเจ็บป่วย ตกงาน รับรองลำบากแน่
รู้ไหมว่าคนที่ไม่เหลือเงินเก็บ เทียบคนที่เหลือเงินเก็บต่างกันตรงไหน ทั้งที่ทั้งสองกลุ่มก็หาเงิน ประกอบอาชีพเหมือนๆ กัน
– คนที่มีเงินเหลือเก็บ หารายได้มากกว่ารายจ่ายที่ใช้ไป
– คนไม่มีเงินเหลือเก็บ ใช้จ่ายมากกว่าเงินที่หามาได้
เราไม่จำเป็นต้องมีรายได้เป็นแสนเป็นล้านค่อยมีเงินเก็บ แค่มีใช้ไม่ขัดสน ไม่เกิดความทุกข์ในตอนที่ไม่มีรายได้ มีเงินเหลือเก็บออมในบัญชีเผื่อไว้เมื่อมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง แค่นี้คุณก็จะมีความสุข หลุดพ้นจากมนุษย์ประเภท “สิ้นเดือดเหมือนสิ้นใจ” แล้ว แถมยังมีเงินเก็บในบัญชีให้ยิ้มได้
แล้วจะทำอย่างไรให้พ้นจากสภาพสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ
อันที่จริงไม่ใช้เรื่องยากแต่อย่างใด มันอยู่ที่คุณตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปล่า ถ้าพร้อมละก็ อ่านบทต่อไปได้ แต่ถ้าไม่พร้อมที่จะเปลี่ยน อนุญาตให้ลบ E-book นี้อีกครั้ง
แต่หากพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงบทหน้าผมจะพาเข้าสู่หลักของการเก็บออมอย่างง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนกลายเป็นคนที่มีเงินเก็บ และ มีความสุขแต่มันจะได้ผลหรือไม่นั้นผมไม่อาจการันตรีให้ได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง
และต้องหาสาเหตุให้ได้ว่า อะไรคือตัวการของเงินไม่พอใช้ ทำไมเราถึงไม่มีเงินเก็บ และเพื่อจะให้มีเงินเก็บเราควรทำอย่างไร
หาสาเหตุ วิธีแก้ไข แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองไปยังจุดที่ดีกว่า อ้อหลักง่ายๆ
อันที่จริงไม่ใช้เรื่องยากแต่อย่างใด มันอยู่ที่คุณตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปล่า ถ้าพร้อมละก็ อ่านบทต่อไปได้ แต่ถ้าไม่พร้อมที่จะเปลี่ยน อนุญาตให้ลบ E-book นี้อีกครั้ง
แต่หากพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงบทหน้าผมจะพาเข้าสู่หลักของการเก็บออมอย่างง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนกลายเป็นคนที่มีเงินเก็บ และ มีความสุขแต่มันจะได้ผลหรือไม่นั้นผมไม่อาจการันตรีให้ได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง
และต้องหาสาเหตุให้ได้ว่า อะไรคือตัวการของเงินไม่พอใช้ ทำไมเราถึงไม่มีเงินเก็บ และเพื่อจะให้มีเงินเก็บเราควรทำอย่างไร
หาสาเหตุ วิธีแก้ไข แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองไปยังจุดที่ดีกว่า อ้อหลักง่ายๆ
มีรายได้ + วางแผนการใช้เงิน
ใช้หลักเงินเข้ามากกว่าออก
=
มีเงินเก็บ เพิ่มความมั่นคงให้ชีวิต
ใช้หลักเงินเข้ามากกว่าออก
=
มีเงินเก็บ เพิ่มความมั่นคงให้ชีวิต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น