วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หลักการการทำธุรกิจเบื้องต้นออนไลน์

หลักการการทำธุรกิจเบื้องต้นออนไลน์

ทุกคนมีพื้นฐานอยู่แล้วว่าเราจะขาย สินค้าอะไรซักอย่างสิ่งแรกเลยที่ต้องมองคือ
แนวโน้มการของลูกค้า ใครจะมาเป็นฐานลูกค้าของเรา ไม่ใช่ว่ารอ มั่ว เหมือนหว่านแห อันนี้มันก็ไม่ใช่
เพราะหากไม่มีแนวโน้มของลูกค้า แล้วเราจะเอามาขายให้ใคร สินค้า ต้องเป็นสินค้า ที่จำหน่ายง่าย ขายคล่อง แล้วจากนั้นค่อยขยายตลาด



หากไม่รู้ว่าจะหาตลาดที่ไหนจะทำยังไง 
ทุกวันนี้นะครับ ตลาดไม่ใช่เรื่องยากนะผมว่า ขอเพียงคุณพึ่งเทคโนโลยี่สักนิดเท่านี้ลูกค้าก็พร้อมที่จะเข้าหาคุณแล้ว ทุกวันนี้หน้าร้านไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่สิ่งจำเป็นคือ สินค้า และแน้วโน้มของลูกค้ามากกว่า

การหากลุ่มลูกค้าในตลาดออนไลน์ 
คุณคงจะรู้จัก บล๊อค เฟสบุ๊ค กูเกิ้ลพลัส ทุกวันนี้เขาใช้เส้นทางพวกนี้ในการขายของ หรือ บางคนใช้ทวิต ไอจี อันนี้หากเรามีเพื่อติดตามเยอะก็เป็นประโยชน์เหมือนกัน

ก็คงจะพอวิเคราะห์กันได้แล้วว่าเราจะหา ตลาดได้ยังไง และสินค้าเรา เหมาะกันใคร ราคาไม่สูงเกินที่คนจะซื้อ หรือว่า เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม อันนี้ราคาก็คงต้องสูกเป็นธรรมดา คงได้ไอเดรย ได้แนวคิดกันไปมั่ง โพสนี้ก็คงจะขอจบไปเพียงเท่านี้

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ความฝันคนเราไม่เท่ากัน ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ผมเคยคุยกับคนหลากหลากหลายอาชีพ บางคนมีอาชีพที่มั่นคง บางคนอยากเป็นเจ้าของกิจการ บางคนก็เป็นข้าวราชการระดับล่าง ระดับสูง แต่สิ่งที่ทุกคนอยากได้เหมือนกันคือชีวิตที่ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร เป็นนายตัวเอง มีอิสระภาพทางการเงิน บางคนก็ทำได้ บางคนก็เป็นแค่ความฝัน
ผมว่าทุกคนสามารถที่จะทำให้มันเป็นไปได้ แต่ฝันนั้นต้องมีส่วนเป็นไปได้ด้วย อย่าได้ฝันจนเกินความจริง ไม่ใช่ว่ามีเงินเดือน 15000 อยากได้รถราคา 10 ล้านมันก็คงยาก แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มันมีโอกาศเป็นไปได้อยู่แล้ว ถ้าเราเป็นคนที่ไมท้อ และไม่ยอมแพ้
ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง
ความฝันคนเราไม่เหมือนกัน คุณเริ่มแล้วหรือยัง

ผมเจอคนที่เขาฝันและเรียกว่าตอนนี้เขาทำได้แล้ว และอีกประเภทหนึ่งคือฝัน แต่ฝันเรียกได้ว่าฝันแบบลมๆ ไปวันๆ
มาดูกัน ว่าแต่ละคนมีแนวคิดอย่างไร
คนแรกเลย เป็นช่างตัดผม
ผมตัดด้วยจนน่าจะเรียกได้ว่าเป็นช่างประจำไปแล้วก็ได้ เมื่อไปตัดแกก็จะเล้าแนวคิดทางธุระกิจของแกให้ฝัง และสองปีที่ผ่านมาแกก็เริ่มลงมือทำ “ธุระกิจบ้านเช่า” แต่บ้างแกอยู่ชาญเมืองมาก ตอนเริ่มททำ 10 ห้องแรกมัคนถามว่าสร้างไว้อยู่เองหรอ คนละห้องสี่คนพ่อแม่ลูก ที่เหลือไว้เก็บของ ตอนนั้นสังเกตุได้เลยว่าแกเครียด แต่เมื่อสร้างเสร็จ ใครจะคิดละว่า โรงงานที่อยู่อีกอำเภอจะมีสวัสดิการวิ่งผ่าน และก็มีพวกที่หนีความวุ่นวายยอมจ่ายเงิน เดือนละ 2.000 บาท เพื่อหลบมาหาที่สงบ และเป็นส่วนตัว บรรยากาศบ้านนอก และก็เพื่อนๆ มาอีก จนตอนนี้เต็มทุกห้อง และแกก็มีรายได้เป็นเงินเดือนตามที่แกเคยฝันไว้ เดือนละ 20,000 และแกก็ยังเป็นช่างตัดผมที่ขี้โม้ที่สุดเหมือนเดิม
คนที่ 2 เป็นราชการระดับสูง
คนนี้เป็นราชการระดับชำนาญงาน คนนี้ไม่ได้หาเงินเองมาตั้งแต่ต้นเหมือนช่างตัดผม แต่เขาใช้วิธีกู้เต็มที่ คือ 60 เท่าของเงินเดือน แต่ข้อดีของราชการคือ จะมีสหกรณ์ที่เป็นที่ให้กู้แต่ไม่ได้ส่งเข้าสำนักเคดิตในช่วงนั้น แกเลยกู้ได้สองทางคือ สหกรณ์ และธนาคาร ที่ละ 60 เท่าของเงินเดือนแต่แก เอาไปลงทุนทำหอพัก ให้นักศึกษาเช่า เดือนละ 4000 บาท จำนวน 15 ห้อง เหลือไว้เอง 1 ห้อง แก็มีเงินที่จะคืนให้กันทั้งสองสถาบันที่ให้กู้ 60000 บาทคือรายได้ต่อเดือนที่แกได้รับ เรียกว่าดีกว่ารายได้ประจำอีก
คนที่ 3 เป็นคนขับรถในโรงพยาบาล และมีความารู้เรื่องเครื่องยนต์
แกบ่นเงินเดือนไม่พอกิน แต่ด้วยความที่แกเก่งดูรถเป็น ใครจะซื้อรถมือสองนะ มาถามแกนี่ไม่พลาด จนไปดูกตาเจ้าของเต้นท์ ให้เงินเดือนมากกว่าที่ทำงานเดิมแล้วแกก็หายไป เมื่อกลับมาก็เป็นเจ้าของวินรถตู้ มีรถในครอบครอง 3 คัน แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เจอแกมา 4 ปีแล้วไม่รู้ว่าเป็นไงมั่ง
คนสุดท้ายนี่เป็นข้าราชการอาวุโส คนนี้กู้ทุกอย่าง และกู้เต็มวงเงินเหมือนกับคนที่สอง แต่ไม่รู้ว่าแกใช้เงินอย่างไร ตอนนี้เอารถเข้ารีไฟแนท์ รอบ 2 และขายที่ไปแล้ว 12 ไร่ ทั้งที่เป็นที่ที่ซื้อไว้ตั้งแต่สมัยเริ่มทำงาน
ทั้งสี่คนที่ผมเห็นเหมือนกันคือกินเหล้า กินเบียร์ คนที่ 2,3 ไม่สูบบุรี่ เท่านั้นเอง แต่ชีวิตมุมอื่นผมไม่ได้สัมผัส แต่สิ่งที่ผมจะบอกคือ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เป็นลูกจ้าง ราชการ ประกอบอาชีพอะไร ก็สามารถที่จะทำตามฝันได้หากฝันนั้นไม่เกินจริง สุดท้ายอยากฝากไว้าว่า “คุณพยายามอย่างเตมที่แล้วหรือยัง ก่อนที่จะบอกว่าทำไม่ได้”

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

บัตรกดเงินสด ยิ่งมีมาก ยิ่งเจ็บตัวมาก

บัตรกดเงินสด ยิ่งมีมาก ยิ่งเจ็บตัวมาก 

สมติ ผมเป็นหนี้บัตร อี่ชี่อะไรซักอย่าง (ไม่ยอมจ่ายค่าโฆษณาไม่งั้นเอ๋ยชื่อให้ละ) วงเงินแค่ 32,000 บาท 
และผมชำระหนี้ขึ้นต่ำที่ 960 บาทตามที่บัตรกำหนด ผมต้องจ่ายเท่าไร และจ่ายเป็นรายได้ให้กับ
บริษัทบัตรกดเงินสดนี้เท่าไรมาดูกัน แล้วคุณจะอึ้ง


ยอดทั้งหมด 32,000 บาท
จ่ายทั้งหมด 65 เดือน
จำนวนเงินที่จ่ายต่อเดือน 961 บาท
อัตราดอกเบี้ย 28 %
ดอกเบี้ยทั้งหมดตั้ง 30,486 บาท
ใช้วิธีคำนวณแบบ ลดต้นลดดอก

เป็นไงละครับ สมกับหัวข้อไหม ยิ่งมีมากยิ่งเจ็บตัวมาก 
ส่วนหนึ่งจากหนังสือ #ชีวิตขีดแดง