หากท่านอยากจะทำธุรกิจ
SME แต่ยังมีชื่อติดอยู่กับเครดิตบูโร เมื่อติดเครดิตบูโรแล้วมีผลต่อการขอสินเชื่อจริงไหม ตอบตรงนี้เลยครับว่าไม่จริง
แต่ผู้ที่มายื่นขอกู้ต้องเคลียร์สิ่งที่ค้างชำระไปแล้วหรือปิดบัญชีไปแล้วเพราะปัจจุบันนั้นการให้สินเชื่อหลักเกณฑ์การให้กู้ที่แต่ละแห่งจะกำหนดว่าจะดูเฉพาะปัจจุบันหรือดูเรื่องในอดีตประกอบหรือไม่ถ้าจะดูจะดูยาวนานจากปัจจุบันย้อนไปนานแค่ไหน
6 เดือน 12 เดือน 18 เดือนหรือ24เดือน ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากและเอสเอ็มอีไทยต้องเข้าใจนั่นก็คือคำว่า ”ติดเครดิตบูโร”
อะไรคือติดเครดิตบูโรคำตามความเข้าใจของท่าน
ผมเข้าใจว่าไอ้เจ้าเครดิตบูโร
เป็นเหมือนประวัติทางการเงินหรือ “สมุดพกทางการเงิน” ของเรา เป็นเรื่องการก่อหนี้กับการชำระหนี้ของตัวเรามีข้อมูลว่าในอดีตครั้งหนึ่งมีหนี้จำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ชำระไม่ได้อยู่ที่จำนวนหนี้ที่ค้างนั้นน้อยหรือมากแต่อยู่ที่ว่าสัญญาต้องเป็นสัญญาหรือไม่เป็นหนี้ต้องใช้หนี้หรือไม่
กลับกันคิดบ้างว่าถ้าเราเป็นเจ้าหนี้เราอยากได้เงินที่เราให้กู้ไปตามสิทธิที่เรามีหรือไม่ที่สำคัญที่สุดคือใครเป็นคนก่อให้เกิดปัญหาการมีประวัติค้างชำระหรือคิดดีดีใครเป็นที่ทำให้เกิดการติดเครดิต
ตัวเราที่ไม่ชำระหนี้ของเราตามสัญญาหรือเครดิตบูโรถ้าเราไปชำระหนี้ครบชำระตรงเวลามันจะมีปัญหาหรือไม่มันเป็นเรื่องของข้ออ้างที่บอกต่อๆกันมาเป็นข้อความที่ยกมาเป็นประเด็นเท่านั้น
หากคิดด้วยใจ
แบบใจเขาใจเรา จะพบว่าเหตุที่ไม่ได้เงินกู้
เพราะยังมีหนี้ค้างซึ่งบ่งบอกอะไรบางอย่างในตัวคนที่มาขอกู้ต้องไปแก้จุดนั้นไปเปลี่ยนกฎเกณฑ์ที่เป็นธรรมชาติที่เข้าใจได้ง่ายๆแต่ตัวเราไม่พยามยามทำความเข้าใจจึงเฉไฉไปว่าเป็นเพราะคนนั้นคนนี้ท้ายสุดบอกให้เลิกกติกา
คำถามคือแล้วยุติธรรมกับคนเป็นหนี้คนอื่นที่เขาจ่ายครบทุกบาททุกสตางค์หรือไม่ยุติธรรมกับคนฝากเงินหรือไม่
สมมติว่าให้ล้างข้อมูลที่
50บาทลองคิดต่อนะครับว่าพอผ่อนมาจนเหลือ
50บาทแล้วท่านว่าจะมีใครไปจ่ายหนี้ก้อนนี้หรือไม่เป็นเงินเท่าไหร่ทั้งระบบแล้วธนาคารสถาบันการเงินปฏิเสธไม่ถอนให้ในจำนวนเดียวกันนี้ได้หรือไม่เวลาที่เจ้าของเงินฝากเขามาถอน
สรุปคำว่าติดเครดิตบูโรไม่มีความหมายคำที่ถูกคือมีประวัติค้างชำระหนี้ในอดีตซึ่งปัจจุบันได้จัดการไปแล้วหรือยังค้างชำระอยู่คนให้กู้ใหม่เขาเห็นข้อมูลเขาอาจไม่สบายใจเขาอยากมีหลักประกันว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก เราต้องมองมุมคนที่เขาต้องเอาเงินฝากอีกคนมาให้อีก
,คนกู้เช่นกัน


