วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

สุดยอดเคล็ดลับวางแผนเก็บเงินเที่ยวแบบชิวๆ

สุดยอดเคล็ดลับวางแผนเก็บเงินเที่ยวแบบชิวๆ

ขอขอบคุณเจ้าของผลงานจากเว็บนี้เลย www.thaiiinvest.com

หลายคนมีความฝันเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อก่อนตอนเด็กไม่ได้เที่ยว ทางบ้านจน การเดินทาง หรืออย่างไรก็ตามแต่ ทุกวันนี้การเดินทางสะดวกสบายไม่ว่าจะไปไหน ก็สามารถไปได้ แม้แต่ตั๋วเครื่องบินก็ยังราคาถูกจนมีเจ้าของสายรถทัวร์สายหนึ่งออกมาโวยวาย แต่บางคนบอกการเก็บเงินเดินทางแต่ละครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหากการเดินทางไม่ใช่ไปต่างประเทศ เที่ยวเมืองไทยนะเงินครึ่งหมื่นก็กินได้อย่างราชาแล้ว ว่าแต่คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะเก็บเงินเพื่อการท่องเที่ยว
สุดยอดเคล็ดลับวางแผนเก็บเงินเที่ยวแบบชิวๆ
สุดยอดเคล็ดลับวางแผนเก็บเงินเที่ยวแบบชิวๆ
1. ตั้งเป้าหมายการออม การเที่ยวแต่ละครั้งแม้นว่าจะใช้เงินไม่มากแต่คงไม่มีหรอกคนที่ไปเที่ยวโดยไม่วางแผนและใช้เงินต้นเดือน และกินอย่างอดอยากไปตลอด 20 กว่าวันมันลำบากไปนะผมว่า แค่อาทิตย์เดียวก็จะตายละ
เราต้องทราบก่อนว่าเราจะไปเที่ยวไหน และสถานที่นั้นควรใช้เงินเท่าไรในการเดินทาง อย่างไปเที่ยวทะเล ใช้เงิน 5000 รวมค่าเดินทาง ค่าโรงแรมและค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
2. ตั้งเป้ากระยะเวลาในการเก็บเงิน หากคุณมีเงินเดือน 10,000 บาท ก็ให้ดูก่อนว่าค่าใช้จ่ายเท่าไร และจะออมได้เท่าไร หากได้มากกว่าเป้าหมายของเราก็จะเข้ามาใกล้เร็วขึ้น อย่างเก็บเดือนละ 1,000 ห้าเดือนคุณก็จะได้เที่ยว ปีละสองครั้ง
3. การหาข้อมูลเสริม มีที่พักที่ไหนลดราคา จองผ่านเว็บที่ไหนถูกกว่า แหล่งท่องเที่ยวที่ไหนที่ควรไป ช่วงไหนที่เป็นช่วง Low Season เพื่อให้การใช้เวลาและการใช้เงินของเรามีความคุ้มค่า
4. เลี่ยงการยืมเงินอนาคตมาเที่ยว เงินกู้ บัตรกดเงิน ผมบอกเลยไม่ควร วิธีการนี้จะทำให้คุณได้เงินไปท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อคุณกลับมาแล้วจะพบกับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นกว่าเดิม และงบประมาณที่คุณตั้งไว้เพื่อการท่องเที่ยวอาจจะไม่พอและทำให้คุณต้องจ่ายแพงขึ้น
5. หารายได้จากการเที่ยว หลายๆ ท่านมองหารายได้จากแหล่งท่องเที่ยว โดยนำเอาสินค้าขึ้นชื่อกลับมาขายต่อหรือหาพรีออเดอร์ก่อนที่จะเดินทาง เรียกว่าได้เที่ยว แถมยังสร้างรายได้ในตัว
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่อยากท่องเที่ยว แล้วทำตามที่ทางเว็บเราแนะนำได้ รับรองเลยว่า คุณจะท่องเที่ยวอย่างมีความสุข แถมไม่ต้องมาทุกข์กับค่าใช้จ่ายในเดือนถัดมา นอกจากจะไม่กระทบต่อเงินอนาคตแล้ว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มนิสัยการออมเงินและการจัดการอีกด้วยนะครับ ขอให้ทุกคนเที่ยวอย่างมีความสุขครับผม

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

คำนวณค่าสินสอดให้เหมาะกับยุค 2015

คำนวณค่าสินสอดให้เหมาะกับยุค 2015
เรื่อง โดย thaiiinvest.com
เรียบเรืองโดย I9 เว็ปเพื่อการออมเงิน

หากคุณคบกับใครแบบจริงๆ จังๆ สิ่งหนึ่งที่ควรคุยกันแบบเปิดอกคือเรื่องเงิน โดยเฉพาะเงินค่า "สินสอด" โดยตามธรรมดาประเพณี มันคือเงินทองที่เจ้าบ่าว นำมาเป็นเครื่องประกันในการขอเจ้าสาวตามที่ตกลงกันไว้ โดยเมื่อก่อนจะเป็นเงินที่ทางเจ้าบ่าวหามาเองแต่ฝ่ายเดียว แต่ด้วยสมัยนี้เรื่องของสินสอดเปลี่ยนไป เพราะสภาพสังคมในปัจจุบันที่ต้องแข่งกับตัวเองมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานแลการสร้างฐานะให้ตัวเอง การหาเงินก้อนเพื่อนำมาเป็นสินสอดมีการเปลี่ยนแปลงไปมากยิ่งขึ้น


โดยปัจจุบันผมเห็นหลายๆ คู่ช่วยกันเก็บเงินเพื่อใช้เป็นค่าสินสอด เพื่อให้สมกับหน้าตา ไม่ให้อายชาวบ้าน โดยสังเกตจากเพื่อนๆ ที่ได้แต่งงานไปแล้ว หากคนที่มีฐานะปานกลาง ทำงานเป็นพนักงานประจำของบริษัทนั้น เมื่อจะแต่งงานก็มีการบริหารจัดงานเงินสินสอดที่เปลี่ยนไป เนื่องจากสภาพสังคมที่ต้องแข่งขันและการสร้างฐานะมีความยากลำบากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายหญิงได้มีบทบาทในการเข้ามาช่วยในการจัดการสินสอดร่วมกับฝ่ายชายอย่าง
1. ตั้งเป้าหมายเงินค่าสินสอด และกำหนดเป้าหมายการแต่งงาน  โดยมีการกำหนดร่วมกันว่าจะแต่งเมื่อไร ความพร้อมก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมทั้งสองฝ่าย เพื่อที่จะกำหนดแผนการออมเงินเพื่อใช้ในเรื่องสินสอดและเงินค่าจัดงานแต่งงาน
2. กำหนดแผนออมเงินและสร้างวินัยทางการเงิน โดยมีการหักเงินเข้าเป็นกองกลางโดยที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงว่าต้องเก็บเงินเท่าไร เอาเข้าบัญชีอย่างไร แนะนำเปิดเป็นบัญชีร่วม จะมีการสมทบเงินร่วมกันเป็นรายเดือน การสร้างวินัยดังกล่าวจะทำให้สามารถบรรลุถึงเป้าหมายในการออมเงินเพื่อการแต่งงานได้

หากคู่ไหนที่มีการพูดคุยกับได้ถึงเรื่องนี้และมีวินัยในการออม หลังแต่งงานแล้วได้ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตร่วมกันเกือบทุกคู่ เนื่องจากการสร้างวินัยทางการเงินนั้นได้เริ่มมาก่อนการแต่งงาน ทำให้การวางแผนการเงินในเรื่องต่างๆ ถูกนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการการท่องเที่ยว การมีบุตร การวางแผนการศึกษาให้บุตร ตลอดจนการวางแผนเกษียณอายุและส่งต่อความมั่งคั่งให้กับลูกหลาน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันเช่นนี้นอกจากจะทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายการสร้างความสุขทางการเงินของครอบครัวได้ ยังสามารถสร้างความสุขและความสัมพันธ์ระหว่างกันได้อีกด้วย

Power by  I9 เว็ปเพื่อการออมเงิน

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

อาชีพลูกจ้างกับอาชีพเจ้าของกิจการข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน

อาชีพลูกจ้างกับอาชีพเจ้าของกิจการข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน

หากคุณคิดว่าการเป็นลูกจ้างมันช่างแสนต่ำต้อย น่าน้อยใจ ไม่น่าภูมิใจในอาชีพ คุณจะเป็นเจ้าของกิจการที่ดีได้อย่างไร เพราะหากผันตัวไปเป็นเจ้าของกิจการทั้งที่ตอนเป็นลูกจ้างยังครึ่งๆ กลางๆ คุณไม่มีทางประสพความสำเร็จแน่นอน 



อาชีพลูกจ้อางกับเจ้าของกิจการมีความต่างกันอย่างมาก ทั้งเรื่องของทุน ความสามารถ ประสบการณ์ แม้นว่าลูกจ้างจะทำงานให้กับนายจ้างเพื่อแลกกับค่าจ้าง แต่ก็เป็นอาชีพที่มีเกียตร์เพราะนายจ้างต้องพอใจถึงจะจ้างต่อ แม้นว่าจะเป็นธุรกิจของผู้อื่นแต่หากคุณทำไม่เต็มที่ กิจการขาดทุนใครจะมีตังค์จ้างคุณละ หากคุณฝันที่จะมีกิจการร์คุณต้องเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา เพราะหากปัญหานั้นเกิดกับกิจการของคุณคุณจะได้นำมันมาแก้ปัญหาได้ หากเปรียบเทียบอาชีพลูกจ้างกับอาชีพเจ้าของกิจการข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน

ข้อดีของการเป็นลูกจ้าง 
- เป็นอาชีพที่มั่นคง
- รายได้สามารถสะสมเป็นเงินหรือสินทรัพย์ได้
- มีเวลา ตื่นเช้าไปทำงานเย็นกลับบ้าน
- มีวันหยุดเทศกาลต่างๆ 

ข้อเสียของการเป็นลูกจ้าง 
- ทุกอย่างที่เราทำมา เราได้แค่เพียงความภูมิใจ 
- แม้นจะทุมเทแรงกายขนาดไหนหากนายจ้างไม่พอใจก็เสียเปล่า
- ต้องทำตัวให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ

ข้อดีของการเป็นเจ้าของกิจการ
- เป็นความภูมิใจว่ามันคือกิจการของเราแม้นจะเป็นธุรกิจเล็กๆ
- ได้พึ่งความสามารถในการบริหารของตัวเองเป็นการพิสูจน์ความสามารถ
- มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
- ส่งต่อกิจการนั้นได้

ข้อเสียของการเป็นเจ้าของกิจการ
- ลำบากทำงานหนัก อย่างน้อยก็ต้องกรับผิดชอบมากกว่าลูกน้อง
- ต้องมีเงินทุนสำรอง
- แม้นจะไม่มีคนคอยสั่ง แต่ลูกค้าคือนายของคุณ
- ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้กิจการนั้นอยู่รอด

เมื่อท่านได้เห็นข้อได้เปรียบเสีย เปรียบในการเป็นเจ้าของธุรกิจหรือการเป็นลูกจ้างแล้ว ท่านคงพอนึกภาพออกบ้างแล้ว และได้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของการเป็นเจ้าของธุรกิจและการเป็นลูกจ้าง แล้วความฝันของท่านละจะเดินต่อไหม สู้กันความลำบากนั้นหรือไม่